
สนุกไปกับลวดลายและเนื้อผ้า
ทอรี่ เบิร์ช สร้างสรรค์คอลเลกชั่นแต่ละฤดูกาลนำมาซึ่งความตื่นตะลึงได้เสมอ สำหรับคอลเลกชั่น พรี/ฟอล 2017 นี้ เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตของ กาเบรียลา เครสปี้
ดีไซเนอร์ไอเดียล้ำ ทอรี่ เบิร์ช สร้างสรรค์คอลเลกชั่นแต่ละฤดูกาลนำมาซึ่งความตื่นตะลึงได้เสมอ สำหรับคอลเลกชั่น พรี/ฟอล 2017 นี้ เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตของ กาเบรียลา เครสปี้ (Gabriella Crespi) ดีไซเนอร์หญิงชาวอิตาเลียน โดยการเดินทางของเธอเริ่มต้นจากมิลานไปจนถึงอินเดีย จากสไตล์สาวคนเมืองไปยังสไตล์โบฮีเมียนสุดชิค โดยได้จับคู่การตัดเย็บที่ประณีตเฉียบคมเข้ากับรูปทรงที่แตกต่างกันไปไม่ตายตัว จับคู่เนื้อผ้าที่มีลักษณะเรียบเงากับพื้นผิวที่มีเท็กเจอร์เป็นเอกลักษณ์ และจับคู่เสื้อผ้าทรงเรขาคณิตเข้ากับลวดลายดอกไม้ชดช้อยและการปักเย็บอย่างละเอียด ในส่วนของแอ็กเซสเซอรี่อย่างรองเท้าส้นสูงส้นไม้แกะสลัก กระเป๋าคลัทช์ฝังจิวเวลรี่ และต่างหูก้านขนเม่น ก็ล้วนแต่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของเครสปี้ และความชื่นชอบในวัสดุธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายของเธอ
จะว่าไปแล้วการเดินทางจากอิตาลีไปยังอินเดียได้ถูกตีความออกมาเป็นคอลเลกชั่นที่ผสมสไตล์สาวคนเมืองสุดชิคเข้ากับสไตล์โบฮีเมียนสุดผ่อนคลายได้อย่างลงตัว เสื้อแจ็คเก็ตผิวเคลือบเงา กระโปรงทรงเอไลน์ (A-line) และเสื้อเทรนช์โค้ทยาวสุดคลาสสิกช่วยเพิ่มความสมดุลให้แก่เสื้อผูกเอว และเสื้อคาฟทาน (Kaftan) ทรงสบายๆ ส่วนของวอลุ่มและมิตินั้นสามารถเห็นได้จากหลายๆ ลุค อย่างกระโปรงที่มีลักษณะเบาและพลิ้วไหวกับปลายแขนเสื้อแบบพอง ไปจนถึงกางเกงขาบานแบบเล็กน้อยพองาม
ส่วนโทนสีสุดคลาสสิกอย่าง สีน้ำตาลไหม้, สีน้ำเงินเนวี่ และสีงาช้าง ผสมผสานกับโทนสีฉูดฉาดสไตล์อินเดีย อย่างสีส้มอ่อน (Saffron) สีแดงอมม่วง (Masala) และสีทอง ก็นำมาสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว ไปกันได้ดีกับลายพรินท์และแพทเทิร์นที่เด่นด้วยลวดลายดอกไม้งดงาม ลายจากแม่พิมพ์ไม้ เทคนิคการใช้ลูกเล่นตัดปะของลวดลายรูปทรงเรขาคณิต และลายพริ้นท์รูปห่วงโซ่วงรี เช่นเดียวกับการผสมผสานของวัสดุและเนื้อผ้าที่มีความเป็นขั้วตรงข้าม พลิกความแตกต่างให้กลายเป็นจุดเด่น โดยการใช้แผ่นหนังฟอยล์สีทองบนผ้าลินิน การเดินขอบลูกไม้บนผ้าไหมบางเบา และการใช้ชิ้นหนังกลับบนพลาสติกใส เพิ่มเติมไปกว่านั้นยังมีการประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับสไตล์มหาราชา การร้อยลูกปัด การปักดิ้นลงบนผ้าไหมเพื่อความเงางาม การเล่นกับเท็กเจอร์ของเนื้อผ้าและความมีมิติ ในขณะเดียวกันก็มีความพลิ้วไหวสบายๆ จากเทคนิคสม็อคและผ้าอัดพลีท
ขณะที่แอ็กเซสเซอรี่ เป็นการมาพบกันของรูปทรงออร์แกนิคและวัสดุธรรมชาติกับแนวคิดที่ทันสมัย สะท้อนออกมาให้เห็นโดยการใช้ก้านขนเม่นสำหรับการทำต่างหูห้อยระย้า รวมไปถึงเครื่องประดับจี้ห้อย ฝังด้วยเปลือกหอยเรียงแบบกระเบื้องโมเสค ซึ่งสไตล์การผสมผสานหลากหลายวัสดุยังได้ถูกส่งต่อไปยังรองเท้า จากรองเท้าส้นไม้สไตล์แพลตฟอร์ม และรองเท้าโลฟเฟอร์แบบเฟมินีน ไปจนถึงรองเท้าแตะประดับด้วยแผ่นหนังแกะสลักล้อมด้วยขนสัตว์ มากไปกว่านั้น ยังมีกระเป๋าซึ่งเป็นไอเท็มที่มาปิดท้ายคอลเลกชั่น อย่างกระเป๋าสะพายหนังนุ่ม กระเป๋าคลัทช์รูปทรงโดดเด่น และกระเป๋าที่มีซิลูเอทคลาสสิกแต่ได้เพิ่มความน่าสนใจด้วยข้อความ “We belong to one another.” แจ่มใช่มั้ยล่ะ....



