
ปรับพันธุ์ถั่วเขียว "กำแพงแสน1" สู้ "ด้วง" เจาะเมล็ดแทนสารเคมี
ด้วงเจาะเมล็ดเป็นแมลงศัตรูในโรงเก็บที่ทำความเสียหายให้เมล็ดถั่วเขียวหลังการเก็บเกี่ยว ด้วงเจาะเมล็ดที่พบทั่วไปในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ ด้วงถั่วเขียว (Callosobruchus muculatus) และ ด้วงถั่วเหลือง (Callosobruchus chinensis) โดยตัวเต็มวัยของด้วงทั้ง 2 ชนิดจะ
ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ด้วงถั่วอาศัยอยู่ในเมล็ดกินเวลา 3-4 สัปดาห์ ดังนั้นเมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวถั่วเขียวมาเก็บรักษาไว้ จึงมีด้วงถั่วอยู่ในเมล็ด และเมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัย ด้วงจะเจาะออกมาจากเมล็ด ผสมพันธุ์และเข้าทำลายเมล็ดถั่วเขียวที่เก็บเกี่ยวไว้ทันที หากไม่มีการป้องกันเมล็ดถั่วเขียวที่เก็บไว้อาจถูกทำลายทั้งหมดในระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือน
โดยทั่วไปเกษตรกรสามารถควบคุมด้วงเจาะเมล็ดได้โดยการอบ หรือรมด้วยสารเคมี ซึ่งการแก้ปัญหาด้วงถั่วโดยการใช้สารเคมีไม่เป็นที่นิยม เพราะมีราคาแพงและยุ่งยากในการปฏิบัติ อีกทั้งการใช้สารเคมีเป็นอันตรายต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม วิธีการที่ดีที่สุดคือการใช้พันธุ์ต้านทาน แต่ปัญหาก็คือถั่วเขียวพันธุ์การค้าและพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกอยู่ในประเทศไทยล้วนแต่อ่อนแอต่อด้วงเจาะเมล็ดทั้งสิ้น
ศ.ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. นักวิจัยของภาควิชาพืชไร่นา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จึงปรับปรุงพันธุ์ถั่วเขียวพันธุ์การค้าที่เกษตรกรนิยมปลูก คือ พันธุ์กำแพงแสน 1 ให้มีความต้านทานต่อด้วงเจาะเมล็ด โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
คณะวิจัยได้รวบรวมเชื้อพันธุกรรมถั่วเขียวจากทั้งในและต่างประเทศจำนวนกว่า 800 พันธุ์ มาทดสอบการเข้าทำลายของด้วงถั่วเขียวและด้วงถั่วเหลืองในห้องปฏิบัติการ เพื่อคัดเลือกหาพันธุ์ถั่วเขียวที่ต้านทาน พบพันธุ์ถั่วเขียวที่ต้านทานต่อด้วงทั้ง 2 ชนิด จำนวน 4 พันธุ์ แต่วิธีการคัดเลือกที่ใช้มีข้อจำกัดคือ ไม่สะดวกในการปฏิบัติงานและใช้เวลานาน กล่าวคือ 1.ต้องเลี้ยงด้วงไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตลอดเวลา 2.ความแข็งแรงของด้วงอาจลดลงเนื่องจากเกิดการผสมพันธุ์กันเอง (inbreeding) ทำให้ผลการทดสอบไม่เที่ยงตรง และ 3.การทดสอบแต่ละครั้งใช้เวลานานถึง 4-5 เดือน (ปลูกถั่ว 2-3 เดือนเพื่อเก็บเมล็ด และอีก 2 เดือนในการทดสอบการเข้าทำลาย)
ด้วยเหตุนี้คณะวิจัยจึงได้นำเครื่องหมายโมเลกุล (molecular marker หรือ DNA marker) มาช่วยคัดเลือกด้วย โดยเฉพาะเครื่องหมายโมเลกุลแบบเอสเอสอาร์ ซึ่งผลจากการวิจัยพบ 1 เครื่องหมาย คือ GBssr-MB87 ที่เชื่อมโยงอยู่กับยีนควบคุมความต้านทาน สามารถนำไปใช้ในการคัดเลือกพันธุ์ต้านทานได้ โดยขณะนี้ได้สร้างประชากรจากคู่ผสมระหว่างพันธุ์กำแพงแสน 1 กับพันธุ์ V2709 ได้สายพันธุ์ผสมกลับ 4 ครั้ง ชั่วที่ 3 จำนวน 5 สายพันธุ์ที่ต้านทานอย่างสมบูรณ์ต่อด้วงทั้งถั่วเขียวและด้วงถั่วเหลือง ซึ่งจะผสมกลับอีก 1-2 ครั้ง แล้วคัดเลือกพันธุ์ต้านทานโดยเครื่องหมายโมเลกุลร่วมกับการปลูกทดสอบผลผลิต เพื่อจะได้ถั่วเขียวพันธุ์กำแพงแสน 1 ที่ต้านทานต่อด้วงเจาะเมล็ด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี จึงจะสามารถแจกจ่ายพันธุ์พืชให้แก่เกษตรกรได้ ทั้งนี้ ผู้ใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.0-3428-1267 ในวันและเวลาราชการ



