ไลฟ์สไตล์

ศรัทธาตามภูมิปัญญา

ศรัทธาตามภูมิปัญญา

08 ก.ย. 2552

ญาติโยมผู้ชายคนหนึ่งสูงวัยแล้วอยู่ใกล้ๆ วัด ศรัทธาผู้เขียนมาก วันหนึ่ง ขอเข้ามาพบเป็นการส่วนตัว ผู้เขียนกำลังตรวจงานก่อสร้างอยู่ในสวน เขานั่งยองๆ กับพื้น ยกมือไหว้แล้วว่า ขอให้ผู้เขียนช่วยอธิษฐานให้เขาที ถามไถ่ดูได้ความว่า เขาเห็นว่าผู้เขียนหยิบจับงา

 เรื่องการอธิษฐานนี้ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องเฉพาะตัว  เรียกว่าใครทำใครได้ ก็ได้แนะนำเขาไป  แต่นำเรื่องเช่นนี้ เพื่อที่จะบอกว่า การที่เราจะศรัทธาใครนั้น ก็มาจากฐานความเข้าใจของตนเองทั้งสิ้น
 
 การที่เราศรัทธาหลวงพ่อ ก.มิได้ทำให้หลวงพ่อวิเศษขึ้นมา ท่านก็ยังอยู่ของท่านอย่างเดิม  เราวัดคุณวิเศษของท่านจากความเข้าใจของเราโดยแท้  จึงเป็นปัญหาในสังคมปัจจุบัน

 การที่จะดูว่าพระดีหรือไม่นั้น พระพุทธองค์เคยรับสั่งไว้ว่า จะต้องดูนานๆ เพราะบ่อยครั้งเราดูจากฐานความรู้ความเข้าใจของเราเสียเป็นใหญ่  ถ้าฐานความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาของเรามาดี เราก็อาจจะได้พระดีน่าเคารพเป็นครูบาอาจารย์ แต่ถ้าตัวเราเองก็ไม่มีความรู้ แล้วจะเอาอะไรไปวัดว่าหลวงพ่อองค์นี้เป็นอย่างไร

 ปุถุชนคงบอกไม่ได้ว่า พระองค์นี้เป็นอริยะหรือไม่  เพราะอริยะด้วยกันเท่านั้น ที่จะดูกันออก  ในครั้งพุทธกาล แม้พระสารีบุตรที่เรายกย่องกัน และได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นเอตทัคคะในทางปัญญานั้น  ก็เคยมีปรากฏว่า ท่านไม่ทราบว่าพระภิกษุรูปนั้นเป็นอรหันต์แล้ว จนพระพุทธเจ้าต้องบอก เช่นนี้เป็นต้น

 สังคมบ้านเราก็จะมีพระอรหันต์ที่ลูกศิษย์แต่งตั้งมากอยู่ 
 ท่านผู้อ่านจะคับข้องใจว่าพูดอย่างนี้แล้วจะเอาอะไรมาดู มาวัดว่า หลวงพ่อรูปนี้ท่านเป็นอรหันต์หรือไม่  คงต้องตอบว่า ไม่รู้จริงๆ  แต่ที่เราจะบอกได้ก็เพียงว่า เราได้เฝ้าดูในระยะยาว ในบริบทต่างๆ เห็นว่า หลวงพ่อเป็นผู้ที่ไม่เคยแสดงโลภ โกรธ หลงให้ปรากฏ   ท่านน่าจะเข้าถึงธรรมในระดับใดระดับหนึ่ง

 แต่สมัยนี้ เป็นสมัยที่ผู้คนชอบให้อาจารย์ของตนมีอิทธิฤทธิ์ อยู่ยงคงกระพัน ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง  เมื่อตลาดเป็นเช่นนั้น  ก็มีพระเกจิออกมาในแนวนี้ค่อนข้างมาก  เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด  ผู้มีปัญญาย่อมรู้ว่าศาสนาพุทธมุ่งเน้นสอนให้คนรู้ทุกข์ และรู้ที่จะออกมาจากทุกข์

"ธัมมนันทา"