ไลฟ์สไตล์

รักษามะเร็ง...ใครจ่าย

รักษามะเร็ง...ใครจ่าย

07 ก.ย. 2552

ดิฉันเป็นผู้ประกันตน เลือกรักษากับ รพ.ปิยะมินทร์ เมื่อปลายปี 2550 พบก้อนเนื้อที่บริเวณลำคอด้านขวา ได้ไปพบแพทย์ที่คลินิกของ รพ.ปิยะมินทร์ ประมาณ 2-3 เดือน ก้อนที่ลำคอก็ไม่ยุบ ทางคลินิกจึงส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล เริ่มรักษาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2551 และผ

 ผลชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 3 แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นมะเร็งที่ตำแหน่งใด รวมใช้เวลาในการตรวจหาประมาณ 5 เดือน จึงทราบผลว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ทาง รพ.ปิยะมินทร์ ไม่สามารถรักษาได้ จึงต้องส่งตัวไปรับการรักษาที่ รพ.รามาธิบดี
 รพ.รามาธิบดี ตรวจรักษาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2251 สรุปว่าเป็นมะเร็งที่เต้านม เริ่มรักษาด้วยการให้เคมีบำบัด ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2551 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2552 รักษาต่อด้วยการฉายแสง ผู้ป่วยไปรักษาตามที่แพทย์นัด โดยมีใบส่งตัวจาก รพ.ปิยะมินทร์มาตลอด จนเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ทาง รพ.รามาธิบดีปฏิเสธที่จะรับผู้ป่วยที่ส่งตัวมาจาก รพ.ปิยะมินทร์ (มีเอกสารแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร) หากรักษาผู้ป่วยต้องชำระเงินเอง ดิฉันจึงแจ้งไปที่ รพ.ปิยะมินทร์ ทางโรงพยาบาลได้ย้ายการส่งตัวไปรักษาต่อที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
 หลังจากที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทำการตรวจและส่งเรื่องเข้าประชุมคณะแพทย์ สรุปว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้ เห็นควรให้ฝ่ายประสานสิทธิ์ส่งตัวคนไข้กลับไปรักษาต่อที่ รพ.รามาธิบดี โดยมีเอกสารเป็นผลสรุปการประชุม ซึ่งในขณะนั้นดิฉันยังอยู่ระหว่างการฉายแสงที่ รพ.รามาธิบดี แต่ต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลจนครบกำหนดการฉายแสงเอง ดิฉันจึงได้แจ้งเรื่องให้ทาง รพ.ปิยะมินทร์ทราบ รพ.ปิยะมินทร์จึงได้ย้ายให้ไปรักษาตัวต่อที่ รพ.ภูมิพล แพทย์ผู้รักษาได้แจ้งให้ทราบว่า ต้องรักษาด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ ซึ่ง รพ.ภูมิพล ไม่มีเครื่องนี้ จึงขอให้ส่งผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลที่มีเครื่องเอ็มอาร์ไอ และได้แจ้งให้ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.ปิยะมินทร์ ทราบด้วยวาจาแล้ว
 ส่วนฝ่ายประสานการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม แจ้งว่า รพ.ปิยะมินทร์ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยผู้ป่วยต้องหยุดการรักษาที่ รพ.รามาธิบดี และไปรักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลที่ รพ.ปิยะมินทร์ จะส่งตัวไป
 จนถึงปัจจุบันดิฉันยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จาก รพ.ปิยะมินทร์ เลย จึงทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง ล่าช้า เสียเวลาต้องเริ่มต้นการรักษาใหม่หลายครั้ง จากการที่ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลที่รักษา เพราะโรงพยาบาลต้นสังกัดไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย จนอาการของโรคมะเร็งลุกลามมากขึ้น และดิฉันยังต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลเองอีกด้วย
ศันสนีย์ 
ตอบ
 กองประสานการแพทย์และฟื้นฟูสมรรถภาพ สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า รพ.ปิยะมินทร์ ได้ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยต้องการที่จะไปรักษาตั้งแต่แรก แต่เนื่องจาก รพ.รามาธิบดี ไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่คอนแทคกับ รพ.ปิยะมินทร์ ตามเงื่อนไขของประกันสังคม จึงทำให้เกิดปัญหาในการประสานงานกับทาง รพ.รามาธิบดี เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายไปก่อน
 แต่ถ้าผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็ง และคอนแทคกับ รพ.ปิยะมินทร์ ตั้งแต่แรก อย่างสถาบันมะเร็ง และ รพ.ภูมิพล ผู้ประกันตนก็ไม่ต้องสำรองจ่าย เพราะอยู่ในเงื่อนไขของโรงพยาบาลประกันสังคม
 การเข้ารับการรักษาในช่วงที่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ผู้ประกันตนไม่ได้หยุดการรักษา ยังคงเข้ารับการรักษากับทาง รพ.ภูมิพล และรพ.รามาธิบดี จนถึงปัจจุบันผู้ประกันตนยังเข้ารับการรักษากับทาง รพ.รามาธิบดี เนื่องจากต้องการที่จะรักษาอย่างต่อเนื่อง และแจ้งว่าถ้าย้ายโรงพยาบาลอีก ก็ต้องเริ่มรักษากันใหม่ตั้งแต่แรก จึงจำเป็นต้องรักษาที่ รพ.รามาธิบดี ต่อไป โดยได้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง 
 กองประสานการแพทย์ฯ บอกว่า ได้ประสานกับ รพ.ปิยะมินทร์ แล้ว ทางโรงพยาบาลจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ประกันตนนำใบเสร็จที่สำรองจ่ายไปนั้น มารับเงินคืนได้ที่โรงพยาบาล ในเร็วๆ นี้
ลุงแจ่ม