
สานปณิธานตามรอยพ่อ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สานปณิธานตามรอยพ่อ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ได้ทำกระบวนการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยถอดบทเรียนองค์ความรู้ทางวิชาการไปเทียบเคียงกับความรู้จากปฏิบัติการของชุมชนท้องถิ่น พบว่า ถ้าจะทำงานให้ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่สำหรับคนในชุมชนและผู้มาเยือน จะต้องขับเคลื่อนด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.การจัดระบบพื้นที่ของตนเอง (Systematized) 2.ในพื้นที่ต้องมีกระบวนการสร้างนวัตกรรม เพื่อความสดใหม่ของพื้นที่อยู่ตลอดเวลา (Innovation) และ 3.การบูรณาการ (Integration) เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ซึ่ง 3 ส่วนนี้ถือเป็นไปตามการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่โดยนำใช้ศาสตร์พระราชากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย เพื่อพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยและการพัฒนาของโลก ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การทำงานของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น”
นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวตอนหนึ่งในการรายงานการขับเคลื่อนเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ตามรอยพ่อสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 ตามรอยพ่อสานต่อปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จัดโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในนามคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เข้าร่วมงาน
ภายในงานนนอกจากมีการปาฐกถาพิเศษ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “สิ่งที่พ่อทำไว้...สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” จากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายธวัชชัย ฟักอังกูธ ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส. ได้อธิบายถึงการดำเนินการและทิศทางการทำงานของ สสส. ว่า การขับเคลื่อนงานในปีนี้นอกจากจะมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างชุนชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งแล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะน้อมนำศาสตร์ของพระราชาที่ในหลวง ร.9 ทรงให้ไว้ในทุกด้านของการพัฒนา นำมาศึกษาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อศึกษาอย่างถ่องแท้แล้ว ขั้นต่อไปคือการเข้าถึงทั้งสองฝ่าย คนเข้าไปพัฒนาก็ต้องเข้าถึงคนที่จะรับการพัฒนา และในทางตรงกันข้ามคนที่จะรับการพัฒนาก็จะต้องเข้าถึงคนที่เข้ามาพัฒนาด้วย
“สิ่งเหล่านี้ คือ หลักการทรงงานของในหลวง ร.9 ที่ให้ไว้กับคนที่จะเข้าไปพัฒนา และ สสส.ได้นำมาปรับใช้ในการทำงานขององค์กรคือ นอกจากเน้นคนที่เข้าไปพัฒนาแล้ว สสส. ยังเน้นคนที่อยู่ในพื้นที่ให้ทุกคนเกิดความเข้าใจและพัฒนาตนเอง ทำให้คนเข้าถึงปัญหา และเมื่อรู้สาเหตุของปัญหาก็จะสามารถแก้ไขปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาได้”
ขณะที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า หลักของกรมพัฒนาชุมชน จะไม่ได้ทำงานให้ชุมชนโดยตรง แต่เป็นการเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา สิ่งที่ พช.ทำกับประชาชน โดยน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปขับเคลื่อนงานกับชุมชน 1.ให้คนในชุมชนนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในวิถีชีวิต 2.สร้างชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งพาตนเอง สร้างเศรษฐกิจชุมชน และ 3.ให้คนในชุมชนสร้างองค์ความรู้ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ตนเอง
ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ปฏิญาณตน ลุย 89 กิจกรรมทำดีถวายเป็นพระราชกุศล
ปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนของสังคม มุ่งไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) สอดคล้องกับ 17 เป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ซึ่งประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติได้รับมาดำเนินการ โดยได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดเวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 ตามรอยพ่อสานต่อปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยมีเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ปฏิญาณตนที่จะทำ 89 กิจกรรมอาสาทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 กษัตริย์นักพัฒนา เพราะหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นและยืนหยัด ภายใต้กระแสโลกาวิวัฒน์และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของสังคมโลกได้อย่างมั่นคง
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า งานนี้เป็นการตอกย้ำว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำจะไม่สูญเปล่า เพราะเราจะสานต่อสิ่งที่พ่อทำไว้ โดยเทียบเคียงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้องกับภารกิจของ สสส.อยู่แล้ว
“เราเพียงเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เพื่อจัดการปัจจัยเงื่อนไขสำคัญ รวมทั้งเติมเต็มยุทธศาสตร์ วิธีการกระบวนการ ในส่วนที่หลายภาคีได้มีการดำเนินการตามภารกิจ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแล้ว เพื่อบูรณาการให้เกิดการสนับสนุน อย่างครอบคลุมทุกด้าน”
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ. ประเวศ ราษฎรอาวุโส เชื่อว่า การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างทั่วถึงจะแก้ปัญหาของประเทศเกือบหมดทุกอย่าง ตรงนี้คือยุทธศาสตร์ แต่การปฏิรูปต้องเน้นจากการสร้างฐานของประเทศให้แข็งแรง ต้องเริ่มที่ท้องถิ่นเปลี่ยนรูปเสียใหม่ หากชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง ก็จะเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน“
ปิดท้ายด้วยเสียงสะท้อนจาก รศ.ดร. ขนิษฐา นันทบุตร ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า ความสำเร็จในการสร้างชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองจะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องอาศัยสรรพกำลังทุกภาคส่วน
“ชุมชนท้องถิ่นวันนี้ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อนอีกแล้ว พวกเขาพัฒนาตัวเองขึ้นอย่างมาก มีศักยภาพมีองค์ความรู้ ซึ่งเกิดจากการเก็บข้อมูลภายในชุมชนแล้วมาวิเคราะห์ เพื่อวางแนวทางการพัฒนาชุมชน เมื่อได้รู้จักตัวเองอย่างดีแล้ว ยิ่งทำให้การพัฒนาเป็นไปตามเป้าหมาย”



