
รถติด จิตไม่ตก
พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า บัณฑิต ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นๆ ลงๆ นับเป็นคำสอนที่นำไปใช้ได้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิต โดยเฉพาะเรื่องที่คนเราต้องประสบพบเจอเป็นอาจิณ เช่นเรื่องการจราจรติดขัดบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนก่อนเวลาทำการและหลังเวลาทำการ รถที่จอด
ผู้มีปัญญาจำนวนหนึ่งได้ใช้วิธีการสับหลีกเวลาเริ่มและเลิกงานมิให้ตรงกับคนส่วนมาก ซึ่งก็ได้ผลสำหรับคนจำนวนหนึ่งที่สามารถเลือกเวลาเริ่มและเลิกงานให้ตนเองเพียงเท่านั้น ถึงอย่างไรคนเราก็น่าจะคิดหาทางออกในมุมนี้กันให้มากขึ้น กล่าวคือ ต้องยอมเป็นคนส่วนน้อยที่เห็นแก่ความสบายของตนด้วยการใช้เวลารถติดไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่าการนั่งอึดอัดขัดใจอยู่ในรถอย่างเร่าร้อนอารมณ์
การเปิดเทปและแถบเสียงธรรมะเย็นใจ ตลอดจนเปิดเพลงเพลินใจก็น่าจะช่วยให้มีเวลาเป็น “พหูสุตร” (ได้ยินได้ฟังมาก) เพราะโดยภาวะปกติคนในเมืองจำนวนมากก็ไม่ค่อยมีความนิ่งพอที่จะได้ยินได้ฟังอะไรต่อมิอะไรเป็นแก่นสารนัก ทั้งนี้ คนผู้ที่จะต้องใช้รถยนต์เดินทางไปไหนอยู่เนืองๆ จะต้องยอมลงทุนสร้างความสะดวกในการหาความสุขและความเพลิดเพลินเจริญปัญญาในรถยนต์ของตนเอง โดยการสร้างสื่อสารในการรับฟังและการรับชมสื่อสาระแห่งชีวิตดังกล่าวแล้ว รวมความว่า ต้องสร้าง “เสนาสนะอันเป็นสัปปายะ” เพื่อ “ธรรมะอันเป็นสัปปายะ”
เมื่อเรามีธรรมะและสื่อสาระเป็นที่พึ่งในรถยนต์แล้ว เรื่องรถติดจึงไม่เป็นปัญหา แต่กลายเป็นโอกาสแห่งการฟังเทศน์ฟังธรรมและการฟังเพลงตลอดถึงการฟังหนังสือเสียง ตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสให้คนทำงานด้านจัดพิมพ์หนังสือได้ทำหนังสือเสียงควบคู่ กับการทำหนังสืออ่านไปด้วย เพื่อให้คนเมืองจำนวนมากได้ติดตามรับรู้เนื้อหาสาระจากหนังสือนั้นๆ โดยการฟังแถบเสียงแทนการอ่านจากหนังสือในระหว่างเดินทางในรถยนต์
การนั่งรถร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว น่าจะเป็นโอกาสแห่ง “อปริหานิยธรรม” คือ การประชุมกันเนืองนิตย์ ด้วยว่าชีวิตนอกรถยนต์ก็ต่างคนต่างไป ไม่ค่อยได้คุยกัน เมื่อรถติด สมาชิกในครอบครัวก็น่าจะได้มีเวลาพูดคุยกันมากขึ้นด้วยประการฉะนี้
การได้พบเห็นคนเห็นแก่ตัวบนท้องถนน อาทิ ขับเปลี่ยนเลนแบบโลเล ขับตัดหน้ารถคันอื่นอย่างกระชั้นชิด จอดรถในที่กีดขวางทางจราจร ซึ่งนับวันก็จะมีให้เห็นเรื่องผิดปกติจนเป็นปกติมากขึ้นทุกวันทุกคืน ก็เป็นเรื่องที่ได้อาศัย “ผัสสะเป็นปัจจัย” เพื่อเป็นโจทย์
ในการฝึกจิตให้เห็นความจริงตามความเป็นจริง ว่าคนทุกวันนี้มีจิตวิญญาณตกต่ำย่ำแย่ไปสู่ความเห็นแก่ตัวหนักหนาหน้าด้าน เพราะขาดธรรมะขัดเกลากิเลสในใจตน การที่เราได้รับธรรมะในขณะรถติดจึงเป็นเรื่องดียิ่งแล้ว ที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันสภาวะจิตของเรามิให้ตกต่ำไปสู่ความเห็นแก่ตัวเช่นคนขับรถคันนั้นไงล่ะ
ท่านจันทร์ www.prajan.com



