ไลฟ์สไตล์

แรงงาน32ล.ไม่จบขั้นพื้นฐานภารกิจ"อภิชาติ จีระวุฒิ"เลขาธิการ กศน.

แรงงาน32ล.ไม่จบขั้นพื้นฐานภารกิจ"อภิชาติ จีระวุฒิ"เลขาธิการ กศน.

07 ก.ย. 2552

8 กันยายน 2552 ในโอกาสวันที่ระลึกสากลแห่งการเรียนรู้หนังสือ และครบรอบ "30 ปีกศน." หรือ "สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)" สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กับภารกิจก้าวต่อไปของกศน.ภายใต้ความรับผิดชอบของ "

อภิชาติ  จีรวุฒิ" เลขาธิการ กศน. คนปัจจุบัน มีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ที่มีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต       

 เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปฏิรูปการศึกษา 2 ตามที่ "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอ ส่งผลให้กศน.จะต้องปรับบทบาทเป็น "สำนักงานการศึกษาตลอดชีวิต" มีบทบาทในการเติมเต็มระบบการศึกษา ปรับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทยทุกคน ให้ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

 ตลอดเวลา 30 ปี กศน.มีบทบาทที่สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยมาตลอด นับตั้งแต่การแก้ปัญหาการไม่รู้หนังสือ การแก้ปัญหาความยากจน การยกระดับคุณภาพประชากรวัยแรงงาน ดังนั้น ก้าวต่อไปของ กศน. จึงสัมพันธ์กับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ด้วยสังคมไทยทุกวันนี้ มีมิติที่ซับซ้อนมากขึ้น

 "กศน.พยายามเติมเต็มระบบการศึกษา แก้ปัญหาการไม่รู้หนังสือของผู้ไม่รู้หนังสือ ซึ่งไม่มีวันหมดไป เพราะในขณะที่มีผู้รู้หนังสือใหม่ ก็มีผู้ลืมหนังสือเกิดขึ้นด้วย เรามีประชากรวัยแรงงานที่ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล-ม.6) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือกว่า 32 ล้านคน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ กศน.ได้รับมอบหมาย ซึ่งถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ คงไม่สำเร็จได้ง่าย เพราะในจำนวนนี้มีทั้งผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้ลืมหนังสือ คนพิการ คนด้อยโอกาสที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล เป็นเกษตรกรเป็นคนงานในโรงงาน เป็นแรงงานรับจ้าง"

 ที่น่าตกใจ! ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ที่คะแนนไม่สูงนักไม่ใช่เฉพาะนักศึกษา กศน. เท่านั้น ประกอบกับความสามารถขั้นพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ของคนไทย เราน่าจะยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

 "ขณะที่สิงคโปร์มีอัตราการอ่านหนังสือคนละ 50-60 เล่มต่อปี คนเวียดนามอ่านหนังสือคนละ 40 เล่มต่อปี ในขณะที่คนไทยอ่านคนละ 2 เล่มต่อปี แล้วเราก็มักหาข้อแก้ตัวว่าคนไทยชอบพูดคุย ชอบดู ชอบฟังมากกว่า สะท้อนให้เห็นทัศนคติต่อการแสวงหาความรู้ของคนไทย ความสามารถในการแสวงหาความรู้ของคนไทยน่าจะไม่เพียงพอ รวมทั้งความสามารถในการอ่านเรื่องยากๆ เรื่องที่ต้องติดตาม ต้องวิเคราะห์"

  ไม่เพียงเท่านั้น กศน.ได้รับบทบาทหน้าที่ใหม่ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 คือ "การทำให้คนไทยทั้งประเทศได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ด้วยรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงมือทำให้สำเร็จได้ดังพลิกฝ่ามือ"
 เพราะการที่จะทำให้คนไทยได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ควรพิจารณา 7 ในประเด็นหลักคือ 1. การทำความเข้าใจถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต โดยเฉพาะความเข้าใจเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในสังคม ไม่ใช่โรงเรียน ศูนย์ กศน. หรือกระทรวงศึกษาธิการ เท่านั้น 2.การพัฒนาทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ของคนไทย โดยเฉพาะการอ่านซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานที่สุดของการแสวงหาความรู้

 3.การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทั้งที่มีอยู่แล้ว เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ ศูนย์การเรียนต่างๆ และควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นอีกมากมายหลายแห่ง 4.การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่กว้างขวางและประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เราจะมีแผนการพัฒนาสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา หรืออีทีวี ให้เป็นอีฟรีทีวี พร้อมกับพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงสะดวกมากขึ้น

 5.การส่งเสริมภาคีเครือข่ายให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีบทบาทจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการกระจายการให้บริการที่หลากหลาย และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 6.การส่งเสริมบทบาทของประชาชนให้สามารถจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้ด้วยตนเอง โดยในระยะแรกๆ กศน.จะเชิญให้เป็นอาสาสมัคร กศน. ให้มีคนมาอาสาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของเขาเอง

 และ 7.ในขณะที่เราจะขยายงาน เราก็จะเน้นคุณภาพการเรียนการสอนของ กศน.ด้วย ไม่ว่าจะเรียนในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง หรือการฝึกอบรมต่างๆ ต้องตอบได้ว่ามีความรู้ความสามารถจริง เอาไปใช้งานได้ดี เรียนต่อก็ได้รับการยอมรับ ถ้าเราไม่สนใจประเด็นนี้และปล่อยปละละเลยคุณภาพการเรียน ก็จะส่งผลต่อคุณภาพของประชากรด้วยและเราไม่มีทางอื่นจะพัฒนาทางสังคมของเราได้

 "กศน.จึงเอาจริงเอาจังกับ นโยบาย 3D ของกระทรวง อย่างน้อยก็ตอบได้ว่าเรามีคุณภาพของผู้เรียน 3 ด้าน คือ Democracy, Decency, และ Drug Free แต่ปัจจุบันยังมีคนไทยไม่รู้หนังสือร้อยละ 92 ซึ่งถือว่าไม่น้อย ดังนั้นสิ่งที่ กศน.ต้องทำต่อไปก็คือ ส่งเสริมให้คนไทยส่วนใหญ่ อ่านให้มากขึ้น อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ตามได้ อ่านแล้วเอาความรู้ไปใช้ ไปพัฒนาอาชีพ การทำงานของตนเองได้" เลขาธิการ กศน. กล่าวทิ้งท้าย

 0 ธรรมรัช  กิจฉลอง 0 เรื่อง
      0ประชาสัมพันธ์ สำนักงานกศน.0ภาพ