ไลฟ์สไตล์

ระวังใช้โซเชียลมีเดีย กระทบสัมพันธภาพใน”ครอบครัว”

ระวังใช้โซเชียลมีเดีย กระทบสัมพันธภาพใน”ครอบครัว”

28 เม.ย. 2560

จิตแพทย์เตือนอย่าโพสต์รูปส่วนตัวคนอื่น- ระบายอารมณ์ในโซเชียลฯ อาจกระทบสัมพันธภาพในครอบครัว

        พญ.ทิพาวรรณ บูรณสิน จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  กล่าวว่า การใช้โซเชียลมีเดียทั่วไปในครอบครัว มักจะเป็นการแบ่งปันเรื่องราว ความรู้สึก เรื่องเล่าประสบการณ์ที่ประทับใจ มีรูปภาพที่แท็กถึงกันเวลาไปร่วมกิจกรรมภายในครอบครัว งานสังสรรค์ กิจกรรมร่วมกันของสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพที่แบ่งปันได้

             แต่ควรระมัดระวังในเรื่องของการโพสต์หยอกล้อกัน หรือเผยแพร่ภาพที่เป็นส่วนตัวที่เจ้าตัวเองไม่อยากเปิดเผย ตรงนี้เป็นจุดเปราะบางที่อาจจะกลายเป็นความไม่พอใจ ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ และเกิดผลกระทบกับสัมพันธภาพที่ดีต่อกันในภายหลังได้

         พญ.ทิพาวรรณ กล่าวด้วยว่า ปัญหาและผลกระทบในเชิงลบที่ตามมา ขึ้นอยู่กับ  2 ส่วน  ส่วนแรก คือ ผู้ใช้ และ การใช้สื่อโซเชียลมีเดียโดย “ขาดความระมัดระวัง”  ผู้ใช้ ในกรณีที่ผู้ใช้ที่เป็นเด็ก วัยรุ่น และเยาวชน การใช้สื่อโซเชียลมีเดียโดยลำพัง จะนำมาซึ่งปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ตามมาได้ เช่น ปัญหาพฤติกรรมเสพติด (เกม แชท โซเชียล), ปัญหาเลียนแบบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น พฤติกรรมทางเพศ, ภาษาหยาบคาย, ความรุนแรง และ ปัญหาถูกล่อลวง เป็นต้น

ระวังใช้โซเชียลมีเดีย กระทบสัมพันธภาพใน”ครอบครัว”

       อีกทั้ง การใช้เวลากับโซเชียลมีเดียที่มากเกินไป  ไม่ควรเกิน 2 ชม. ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และสำหรับเด็กและเยาวชน ไม่ควรเกิน 1 ชม.ต่อวัน มีผลเสียต่อสุขภาพกาย อาทิ สายตาสั้น, อ้วน, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง และ ผลเสียต่อสุขภาพจิต อาทิ วิตกกังวล ซึมเศร้า, มีอาการเสพติด อาการอยากและอาการถอน เช่น หงุดหงิดเวลาที่ขาดสมาร์ทโฟน หรือ ต้องก้มหน้าดูโซเชียลบ่อยๆ ปัญหาเหล่านี้ถ้าเกิดในวัยเรียน วัยรุ่น ย่อมส่งผลกระทบต่อ สมาธิ ความจำ ความตั้งใจอุตสาหะพยายาม การควบคุมตนเอง และมีผลการเรียนที่แย่ลง

        และส่วนที่สอง คือ ผลกระทบต่อบุคคลอื่น/และสังคม  เป็นผลกระทบในวงกว้าง และสุดท้ายผลกระเทบนั้นมักจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองในที่สุด อาทิ การรังแกกันในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น โพสต์รูปของคนอื่นๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ยินยอม, การหยอกล้อ ต่อว่า ด่าทอ ประจาน สืบค้นประวัติผู้อื่นแล้วนำลงสื่อสังคมออนไลน์ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น และละเมิดกฎหมาย

            พญ.ทิพาวรรณ  กล่าวอีกว่า  การใช้โซเชียลมีเดียสำหรับครอบครัว  ในส่วนของเด็ก วัยรุ่น และเยาวชน ควรใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ และควบคุมตนเองได้ ต้องคิดทบทวนข้อดี - ข้อเสียอย่างรอบคอบ ระมัดระวังก่อนที่จะโพสต์แสดงความคิดเห็นลงไปในสื่อออนไลน์

ระวังใช้โซเชียลมีเดีย กระทบสัมพันธภาพใน”ครอบครัว”

      สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การเขียนระบายอารมณ์ลงในโซเชียลมีเดีย, การรังแกกันลงในโซเชียลมีเดีย และสิ่งที่ควรทำคือ ใช้เวลากับสมาร์ทโฟน แทบเบลต โน้ตบุ๊ค ให้น้อยที่สุดจะดีกว่า และใช้เวลานี้ทดแทนด้วยการทำกิจกรรมอื่นที่สร้างสรรค์ อาทิ การอ่านตำราหนังสือ ฝึกทักษะการอ่าน - จับใจความ, การฝึกทักษะภาษา, การทำงานอดิเรก การฝึกเล่นกีฬา, การทำงานศิลปะ, การเล่นดนตรี, การท่องเที่ยวกับครอบครัว เป็นต้น 

           สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ควรดูแลเอาใจใส่ในการใช้โซเชียลมีเดียของลูกๆ อย่างใกล้ชิด ควรคำนึงถึงความปลอดภัยจากการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก, ควรชี้แนะข้อดี - ข้อเสียด้วยเหตุผล, พูดคุยและเเลกเปลี่ยนเรื่องราว ข้อคิดเห็นของลูกๆ, รับฟังเรื่องเล่าของลูกๆ ในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ และเป็นต้นแบบที่ดีของการใช้โซเชียลมีเดียภายในบ้าน เช่น ไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนขณะรับประทานอาหาร, ขณะการเดินทาง, ควรมีกฎ กติกา มารยาทในการใช้สมาร์ทโฟนภายในบ้าน

       “โซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่ดี เป็นช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็ว ทันสมัย ถ้าใช้ให้มันเกิดประโยชน์มันก็จะเกิดประโยชน์มาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัด คือ เป็นการสื่อสารทางเดียว ซึ่งไม่สมารถคาดเดาความเข้าใจของคนอื่นได้ จึงควรระมัดระวังในจุดนี้ให้มาก “สติ และ ความยับยั้งชั่งใจในการโพสท์เป็นสิ่งที่สำคัญ คล้ายกับ การที่เราทิ้งรอยเท้าเอาไว้ให้คนคอยตาม(Digital Foot Print)ถ้าเป็นรอยเท้าที่ดีก็คงไม่มีปัญหาหรือผลกระทบอะไร แต่ถ้าเราทิ้งรอยเท้าที่ไม่ดี เราก็จะต้องตามแก้ไขปัญหาแบบไม่จบสิ้น ทางที่ดีที่สุดคือ Cyber Safety ปลอดภัยไว้ก่อน  และ คิดก่อนโพสท์ทุกครั้ง” พญ.ทิพาวรรณกล่าว