
"กระเป๋าพูดได้"ช่วยเด็กออทิสติกสื่อสาร
"ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน..." บทเพลงดั่งดอกไม้บาน ของเสถียรธรรมสถาน ดังแว่วออกมาจากห้องกิจกรรม อาคารจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เด็กชายร่วม 10 คน นั่งออกกำลังกาย โดยมีพี่เลี้ยงประกบ ช่วยยกแขนหรือโยกตัวทำลีลาประกอบ สังเกตเห็นชัดเจนว
พวกเขาคือเด็กออทิสติก บกพร่องทางพัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา สังคม และพฤติกรรม ทำให้ไม่สามารถดูแลตนเองด้านกิจวัตรประจำวัน และการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้ ซึ่งยังหาสาเหตุของโรคที่แน่นอนไม่ได้ พบทั่วไปทุกเชื้อชาติ และมักจะพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ส่วนการปรากฏอาการของโรคในเด็กหญิงรุนแรงกว่าเด็กชาย ภายใต้การดูแล "คนึงนิจ ไชยลังการณ์" หัวหน้าหอผู้ป่วยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่มี รศ.นพ.วัฒนา นาวาเจริญ เป็นผู้อำนวยการ
คนึงนิจ เป็นพยาบาลดูแลคนไข้จิตเวชผู้ใหญ่ 7 ปี และจิตเวชเด็กมาแล้ว 13 ปี ที่นี่ให้บริการเด็กออทิสติก 4 รูปแบบ ได้แก่ กลุ่มที่เข้ารับการบำบัด 08.00-16.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ อย่างต่อเนื่อง รับได้เต็มที่ 16 คน กลุ่มรับบริการบางช่วงเวลา (สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รับบริการวันเสาร์-อาทิตย์) เพื่อฝึกทักษะบางด้านที่บกพร่อง กลุ่มคนไข้นอก ให้คำแนะนำผู้ปกครองในการดูแลเด็กออทิสติก และกลุ่มคนไข้ใน
การดูแลเด็กออทิสติกเป็นเรื่องที่ยากลำบาก คนึงนิจ จึงได้ร่วมกับ ประภัสสร คำเมือง จัดทำ "กระเป๋าพูดได้" เพื่อฝึกให้เด็กรู้วิธีสื่อสารโดยใช้ภาพ เริ่มจากการประเมินสิ่งเสริมแรงที่เด็กชอบ จากนั้นทำภาพขนาดประมาณ 4.5x4.5 ซม. พร้อมกับคำศัพท์นั้นๆ ฝึกเด็กให้หยิบภาพ ยื่น และวางบนมือของผู้ฝึกโดยมีผู้คอยช่วยเหลือ เมื่อเด็กสามารถวางภาพบนมือ ฝึกทุกวัน วันละประมาณ 30 ครั้ง จนเด็กเรียนรู้ว่าก่อนที่จะได้สิ่งเสริมแรงเด็กต้องหยิบภาพ ยื่นและวางบนมือของผู้ฝึกก่อนเมื่อเด็กรู้ระบบ จะขยายระยะทางออกไปเพื่อให้เด็กสามารถหยิบภาพไปสื่อสารกับผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของบ้านหรือโรงเรียน
เด็กจะต้องมีกระเป๋าสำหรับเก็บภาพ และสามารถเลือกภาพมาสื่อสารได้เมื่อเด็กชำนาญในการแยกแยะภาพ จากนั้นจะฝึกให้เด็กสื่อสารโดยการสร้างประโยคในแผ่นประโยค เพื่อเพิ่มความสามารถในการสื่อสาร เด็กที่พอสื่อสารได้โดยการพูดจะรู้ว่าควรจะพูดอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ กระเป๋าภาพจะช่วยในการสื่อสารเสริม ส่วนเด็กที่พูดไม่ได้จะใช้กระเป๋าภาพติดตัวเพื่อเป็นการสื่อสารทดแทน
"คนึงนิจ" เล่าว่า จากการศึกษาพบว่าพ่อแม่ผู้ปกครองร้อยละ 93.3 ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กออทิสติก โดยเฉพาะความรู้เรื่องการใช้ยา ถึงแม้ว่าในจำนวนนี้ร้อยละ 44.1 ได้ผ่านการอบรมการดูแลเด็กออทิสติกมาแล้ว การมีเครื่องมือที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาช่วยเด็กสื่อสารกับผู้ปกครองให้เป็นและถูกต้องช่วยบรรเทาความวิตกกังวลผู้ปกครองเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของลูกในกรณีที่พวกเขาเสียชีวิต
การฝึกทักษะเด็กจึงต้องมีแบบแผน เช่น เด็กมีปัญหาด้านทักษะการใช้ชีวิต ใช้มือไม่คล่อง จับช้อนส้อมรับประทานอาหารเองไม่ได้ ต้องฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กงอ โดยดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม จะได้ฝึกทั้งที่โรงพยาบาลและบ้านอย่างต่อเนื่อง สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกผิดปกติ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ภายหลังการปรับพฤติกรรม เพียงแค่เห็นลูกตักข้าวใส่ปากด้วยตนเอง ก็มีความสุขและเกิดความคาดหวังจะให้ลูกปรับพฤติกรรมในด้านอื่นๆ ต่อไป
"เด็กแต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ชีวิตครอบครัว คนที่เกี่ยวข้อง อาทิ เด็กรายหนึ่ง ส่งเสียงดังแผดก้องตลอดเวลา ทำให้คนในบ้านไม่สามารถนอนหลับได้ น้องเล็กๆ เมื่อได้ยินเสียงพี่ชาย ก็จะเกิดความเครียด นอนไม่หลับไปด้วย เพื่อนบ้านก็รู้สึกรำคาญเสียง แม้จะเห็นใจครอบครัวเด็ก จึงได้ระดมแพทย์ พยาบาล นักกิจกรรมบำบัด ครู เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และหาทางแก้ไขด้วยการให้ยา และพาเด็กออกกำลังกาย ด้วยการว่ายน้ำ ออกกำลังกายให้เด็กเดินรอบตึก วันละครึ่งชั่วโมง ถึงช่วงกลางคืนก็นอนหลับ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น ส่งผลให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น และเราก็พลอยรู้สึกสุขใจไปกับความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาให้เขาด้วย" คนึงนิจ กล่าว
ขณะนี้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ตั้งทุนเพื่อเด็กออทิสติก ให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้งานหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคสมทบ ตั้งกล่องรับบริจาคตามวัดสำคัญต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ และใกล้เคียง ทำให้สามารถนำเงินมาพัฒนาเด็กออทิสติกได้อย่างเต็มที่ และได้เข้าร่วมโครงการแผนพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ อีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.med.cmu.ac.th
0 มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ 0 เรื่อง
0 รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ 0 ภาพ



