ไลฟ์สไตล์

7 วันสงกรานต์ขอสิทธิรักษาฉุกเฉินฟรี แต่ไม่เข้าเกณฑ์เพียบ!!!

7 วันสงกรานต์ขอสิทธิรักษาฉุกเฉินฟรี แต่ไม่เข้าเกณฑ์เพียบ!!!

18 เม.ย. 2560

สพฉ.เปิดสถิติการให้บริการตามสิทธิUCEP ช่วง 7 วันอันตราย ขอใช้บริการเกือบ 1พันคน เข้าเกณฑ์ 290 คน กรุงเทพฯมากสุด ย้ำประชาชน จำ 6 อาการฉุกเฉินให้ขึ้นใจ

 

     เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงการทำงานในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายนที่ผ่านมา ว่าสถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ถือว่าลดลงกว่าปี 2559 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จำนวนการเกิดอุบัติเหตุยังคงสูง และมีผู้ป่วยฉุกเฉินจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในอาการที่เข้ารับการรักษามากที่สุดในช่วงสงกรานต์ คือ อุบัติเหตุจราจร

      ทั้งนี้ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) หรือUCEP Coordination Centerได้สรุปยอดรวมการใช้สิทธิ์ตามนโยบาย“เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” ในช่วง 7 วันอันตราย พบว่าสถิติผู้ขอใช้สิทธิในอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุจราจร มีทั้งสิ้น 744 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 290 รายซึ่งวันที่ประชาชนขอใช้สิทธิมากที่สุด คือ วันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงของการเดินทางและวันแรกของการเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รองลงมาคือวันที่ 11 เม.ย. และ วันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับมากที่สุด

     ส่วนยอดรวมการใช้สิทธิ์ตลอด 17 วันที่ผ่านมาว่า พบว่ามีผู้ขอใช้สิทธิทั้งสิ้น 1,773 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 715 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 40.33 ซึ่งเป็นผู้ป่วยจากสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 471 ราย จากสิทธิประกันสังคม 106 ราย จากสิทธิข้าราชการ 115 ราย และสิทธิกองทุนอื่น ๆ อีก 23 ราย ขณะที่การใช้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวน 378 ราย ส่วนต่างจังหวัด 337 ราย โดย 5 จังหวัดที่มีการเข้ารับบริการมากที่สุด คือกรุงเทพมหานคร 378 ราย , ชลบุรี 38 ราย , พิษณุโลก 34 ราย , สมุทรปราการ 33 ราย , สมุทรสาคร 24 ราย และ นนทบุรี 19 ราย

7 วันสงกรานต์ขอสิทธิรักษาฉุกเฉินฟรี แต่ไม่เข้าเกณฑ์เพียบ!!!

     เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะ กล่าวถึงการดำเนินงานตามสิทธิUCEPว่า ตั้งแต่เริ่มใช้นโยบายนี้มา เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุด เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยกลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าข่าย คือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ตนอยากให้ประชาชนจำให้แม่น

     หากประชาชนพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตาม 6 อาการ ให้รีบโทรสายด่วน 1669 เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสมทันที และหากไม่เข้าใจ สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 02- 872- 1669 หรืออีเมล์[email protected]ซึ่งพร้อมในการให้บริการกับประชาชนตลอด24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุดราชการ