ไลฟ์สไตล์

รุกขเทวดา ท่านอยู่ไหน

รุกขเทวดา ท่านอยู่ไหน

05 ก.ย. 2552

มนุษย์ในอดีตที่วิถีชีวิตยังต้องพึ่งพิงธรรมชาติ ยังต้องอาศัย ป่า อาศัยน้ำ ในการดำรงชีวิตจึงเป็นมนุษย์ที่อ่อนน้อมถ่อมตนต่อดินฟ้า ครั้นมนุษย์เริ่มคิดสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ของธรรมชาติได้ทีละอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบกระแสไฟฟ้า เครื่องจักรยน

 ล่าสุด อินเทอร์เน็ต ความหลงใหลได้ปลื้มกับความเก่งกาจ ความฉลาดของมนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 21 จึงเป็นความหลงใหลได้ปลื้มกับคำว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถึงขั้นเชื่อว่า มนุษย์สามารถควบคุม “ฟ้า” ได้ แต่พอมนุษย์เริ่มอหังการจะรุกคืบ รบรากับธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศจริงๆ มนุษย์ก็เริ่มตระหนักแล้วว่า ความสามารถที่จะป้องกัน “ลม” อย่างลมพายุ ไต้ฝุ่น เฮอริเคน ไม่ให้มาทำร้ายตนเองก็ยังทำไม่ได้

 คนในอดีตที่ยังถ่อมเนื้อถ่อมตัวนับถือ “รุกขเทวดา” ให้ทำหน้าที่ปกป้องภัยให้ แม้จะไม่ฉลาดรอบรู้เหมือนคนยุคนี้ แต่คนโบราณที่พร้อมด้วยปัญญารู้ว่า “รุกขเทวดา” ที่ดูแลต้นไม้ ดูแลป่านั้น มีอิทธิฤทธิ์สร้างสิ่งที่เรียกว่า “ความชื้นสัมพัทธ์” ในอากาศได้ และความชื้นสัมพัทธ์ที่สมบูรณ์นั้นก็จะสร้างให้เกิดเมฆหมอกหนักๆ ปกคลุมท้องฟ้า เมื่อมีลมแรงอย่างพายุไต้ฝุ่นมา เมฆหมอกหนักๆ นี้ก็จะเป็นกันชน หรือ wind break สลายความรุนแรงของพายุลงได้

 คนที่เคยนั่งเครื่องบินคงรับรู้ได้ถึงความจริงข้อนี้ เมื่อเครื่องบินบินฝ่าเมฆหมอกหนาๆ ความหนาแน่นหรือความหนักของเมฆสามารถทำให้เครื่องบินที่บินด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าพายุสั่นสะเทือนได้ หากท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆหมอกที่มีความหนาแน่นมากพอ ความหนาแน่นก็จะเป็นตัวหยุดยั้งทำให้ ลมแรงมีกำลังแผ่วลงได้ แต่เมฆหมอกเหล่านี้ที่จะมีเต็มท้องฟ้าก็ต้องมาจาก “ป่า” ที่สมบูรณ์ 

 มนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 21 อีกนั่นแหละ ที่คิดว่าตนเองฉลาดเพราะมีเครื่องมือทรงพลังที่เรียกว่า วิทยาศาสตร์ ในการทะลุทะลวงนำพาความโลภสู่โลกที่ไร้ขีดจำกัด อยากได้ต้นไม้อะไรก็ปลูกต้นไม้อย่างนั้น ไม่อยากได้ต้นไม้อะไรก็จัดการ “ฆ่า” เสีย อยากให้ต้นไม้ดู “สวย” “สูง” เตี้ย” “ลูกดก” ขนาดไหน ก็ใช้ “วิทยาศาสตร์” เข้าไปจัดการ อะไรไม่ชอบก็จัดการเอาออกเสีย อะไรที่ชอบก็ใส่เติมแต่งเข้าไป ผลที่ออกมาก็เป็นที่ชื่นชอบพออกพอใจภูมิใจว่า เก่ง ฉลาด อยากได้ “กระดาษ” มากๆ ก็ถางทั้งป่าปลูกแต่ต้นกระดาษ อยากได้ “เสื้อผ้า” หลากสี ก็โค่นทั้งภูเขาปลูกแต่ต้น “ฝ้าย” อยากได้รสกาแฟหอมกรุ่นก็ลงทุนเปลี่ยนทั้งป่าให้เหลือแต่ต้นกาแฟ

 ในที่สุด “บ้านของรุกขเทวดา” ก็ถูกโค่น จนรุกขเทวดาไร้ที่พักลาจากมนุษย์ไปไม่อาจปกป้องคุ้มครองมนุษย์ได้อีก เหลือไว้แต่ “วิทยาศาสตร์” ให้เป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่พอไม่มีรุกขเทวดา ลมพายุที่ไม่รุนแรงมากนักแค่ 160 กม.ต่อชั่วโมง มนุษย์ก็หมดปัญญาต้านเสียแล้ว ปล่อยให้ลมทำลายบ้านเรือนไร่นารวมทั้งชีวิตเป็นจำนวนมาก

 มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 เริ่มเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “จนปัญญา” ไม้กายสิทธิ์ที่เรียกขานกันว่า “วิทยาศาสตร์” เริ่มไม่ทำงานตามที่หวังเสียแล้ว การรบราฆ่าฟันกับลมพายุ ไฟป่า แผ่นดินไหว สึนามิ ที่มากขึ้นๆ ในระยะไม่กี่ปีมานี้

 มนุษย์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ตลอด อีกไม่นานมนุษย์ก็จะถึงเวลาวางอาวุธ “วิทยาศาสตร์” เรียกหาให้ “รุกขเทวดา” กลับมาปกป้องภัยให้เหมือนเดิน

 แต่ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นจะมีมนุษย์เหลืออีกกี่ผู้กี่นาม !!!

"อาจารย์ยักษ์ ณ มหาลัยคอกหมู"