เมื่อเร็วๆนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงาน “Talent Mobility for Food Innovation 2017” โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวว่านโยบายประการหนึ่งของรัฐบาลก็คือ การเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบาย“ประเทศไทย 4.0”
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหาร ตระหนักดีว่า การยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของผู้ประกอบการนั้นเป็นกลไกสำคัญของการก้าวพ้นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง
โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นผู้ประกอบการ กลุ่มสำคัญของประเทศ จึงได้บูรณาการเมืองนวัตกรรมอาหาร ร่วมกับโครงการทาเลนท์ โมบิลิตี้ และร่วมกับแหล่งทุนสนับสนุนนักวิจัยให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน เป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชนแบบครบวงจรต่อไป
ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รักษาการรองเลขาธิการ สวทน.และซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า ปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเมืองนวัตกรรมอาหาร คือ นักวิจัย และกลไกสนับสนุนให้นักวิจัยในภาครัฐและเอกชนได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ที่เน้นการส่งเสริมและสนับสนุนบริษัทอาหารในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงรวมถึงการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ และบริการครบวงจร
นอกจากนี้ยังเน้นส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานวิเคราะห์ทดสอบและความปลอดภัยด้านอาหาร โดยอาศัยกลไกประชารัฐ เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมอาหาร
โดยระบบมีความปลอดภัยสูง เพื่อรักษาข้อมูลความลับและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันยังส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพัฒนาจากทั่วโลก มาร่วมวิจัยพัฒนากับบริษัทและหน่วยงานในเมืองนวัตกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมอาหารด้วย
"ผู้ประกอบการที่สนใจค้นหานักวิจัยไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหาร นักวิจัยที่ต้องการนำความรู้ด้านการวิจัยไปพัฒนาให้เป็นรูปธรรม จะได้รับการจุดประกายความคิดนอกจากนี้ เมืองนวัตกรรมอาหารยังได้จัดทำเว็บไซต์ FI-Databank เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะเชื่อมโยงกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม การวิจัยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากผลงานวิจัย เพื่อร่วมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ" ดร.อัครวิทย์ กล่าว
ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รักษาการผู้อำนวยการด้านพัฒนากำลังคนสะเต็ม สวทน. กล่าวเสริมถึงนโยบายส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยภาครัฐ เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนและปฏิบัติงานเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน หรือ ทาเลนท์ โมบิลิตี้ ว่าสามารถช่วยปลดล็อกปัญหา ทำให้นักวิจัยและนักเรียนทุนมาทำงานในภาคเอกชนโดยสามารถนับอายุงานและการใช้ทุนได้ ทั้งยังสามารถนำผลการปฏิบัติงานในภาคเอกชนไปใช้ในการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ตามเกณฑ์การตกลงของต้นสังกัด
ซึ่งปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายบุคลากรไปยังองค์กรเอกชนแล้วทั้งสิ้น 568 คน โดยมีภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการ 177 บริษัท และมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแล้วกว่า 21 แห่งทั่วประเทศ