ไลฟ์สไตล์

โค้งสุดท้าย“ปลัดสธ.”วางหมากรับเลือกตั้ง

โค้งสุดท้าย“ปลัดสธ.”วางหมากรับเลือกตั้ง

04 ก.ย. 2552

สิ้นเดือนกันยายนปีนี้ ทั้ง นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดสธ. พร้อมอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กรมอนามัย และรองปลัดสธ. ต้องเกษียณอายุ แต่ดูเหมือนว่า "วิทยา แก้วภราดัย" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะไม่เคยชี้ชัดว่าใครคือ "แม่บ้านสธ." คนใหม่ตัวจริง

 หากพิจารณาจาก "แคนดิเดต" แล้ว น่าสนใจหลายคน ไล่เรียงมาตั้งแต่ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองปลัดสธ. อาวุโสสูงสุดเหลือเวลาราชการเพียง 1 ปี เคยเป็นเลขานุการ "ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ" การบริหารไม่โดดเด่นนัก การสนองทางการเมืองไม่ชัดเจน เล่นแร่แปรธาตุไม่เป็น

 นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อายุราชการเหลืออีก 2 ปี  ชัดเจนว่ามีปลัดสธ.เป็นป๋าดัน คบหารู้ใจกันมาแต่ครั้งเป็นรองปลัดสธ. จึงพาเดินสายพบผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน แว่วว่าเคยเสนอชื่อต่อ "นายวิทยา" ถึง 2 ครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยง การบริหารงานจัดว่ากินขาด เคยได้รับการวางตัวให้เป็นคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้อนๆ ในสธ.บ่อยครั้ง เช่น คณะกรรมการสอบสวนกรณีทุจริตรถพยาบาลฉุกเฉินระดับสูง อุปสรรคสำคัญอยู่ตรงที่เป็นสายตรง นพ.วัลลภ ไทยเหนือ อดีตปลัดสธ.และรมช.สธ. ที่มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ถึงขั้นย้ายไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน คนปชป.หลายคนไม่ไว้วางใจ หนึ่งในนั้นอาจรวมถึง “แม่เลี้ยงติ๊ก”เลขานุการ รมว.สธ.

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดสธ. ได้เปรียบตรงที่เป็น เสือใต้ ฐานเสียงหลักของปชป. ฝีไม้ลายมือในการทำงานได้รับความเชื่อถือค่อนข้างสูงด้วยมาดนักวิชาการ บริหารจัดการเก่ง ว่ากันว่าได้ใจสสจ.ทั่วประเทศ นายวิทยาพอใจผลงานไม่น้อย โดยเฉพาะกรณีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และส่วนตัวพร้อมปรับตามภาวะการเมือง เข้าได้กับทุกฝ่าย เหลืออายุราชการหลายปี จุดนี้อาจถูกต่อรองให้ไปนั่งอธิบดีกรมควบคุมโรคก่อน

 นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ มีสายสัมพันธ์แน่นหนากับพรรคการเมือง มีบุญคุณต่อ "นายมนตรี พงษ์พานิช" ครั้งเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี ช่วงที่ นพ.เรวัตทำงานอยู่ที่นั่น ซึ่งนายมนตรีคือคนที่ผลักดันให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แบ็กอัพพรรคภูมิใจไทยเติบโตบนเส้นทางการเมือง กอปรกับกระแสข่าว “เสี่ยอ.” บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่มากหนุนหลังออกหน้าออกตา แถมฝากฝังนพ.เรวัต ผ่านนายมานิต นพอมรบดี รมช.สธ.จากพรรคภูมิใจไทย

 ไม่ควรมองข้าม นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) การบริหารจัดการถือว่าเยี่ยม เป็นที่ยอมรับในแวดวงสาธารณสุข เข้ากับใครได้ง่าย มีภรรยาเป็นเศรษฐีลำปาง พูดจาภาษาเดียวกับ "แม่เลี้ยงติ๊ก" คนเมืองแพร่ เลขานุการรมว.สธ.

 เช่นเดียวกับ นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เป็นอธิบดีครั้งแรก รับผิดชอบกรมที่ดูแลอสม.กว่า 9 แสนคน คะแนนเสียงหลักที่ปชป.หวังจะเจาะ แต่พิจารณาจากชื่อชั้น ศึกครั้งนี้คงหวังแค่ย้ายไปอยู่กรมที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น

 ส่วน นพ.ศิรวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดสธ. ทำงานดีและเก่ง หากต้องการได้ใจแพทย์สายชนบทไม่อาจมองข้าม แต่การมีประวัติไม่ยอมสยบอยู่ใต้อุ้งมือนักการเมือง ไม่แคล้วเป็นเหตุผลหลักที่นายวิทยาไม่กล้าเสี่ยง และยุคนี้ไม่ใช่สมัยแพทย์ชนบทรุ่งเรือง

 ไม่ว่าใครจะผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 8 กันยายนนี้ แรงกระเพื่อมใหญ่ที่ต้องตามมาอย่างแน่นอน นั่นคือ สลับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ปลอบใจคนอกหัก อาจรวมถึงโยกย้ายสสจ.และผอ.โรงพยาบาลทั่วประเทศด้วย เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัว ไม่ใช่อยู่ในภาวะรัฐมนตรีไร้อำนาจอย่างที่เป็นมา

 สูตรที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ ตั้ง นพ.มานิต เป็นปลัดสธ. จัดนพ.ไพจิตร์ลงอธิบดีกรมควบคุมโรค โยกนพ.เรวัติเข้าสู่กรมอนามัย ย้ายนพ.สมยศกลับกรมการแพทย์ เคลื่อนนพ.จักรธรรมอยู่กรมวิทย์ หรือ นพ.ไพจิตร์ เป็นปลัด นพ.มานิตและนพ.เรวัติแบ่งกรมควบคุมโรคและอนามัย ที่เหลือเหมือนสูตรแรก ผลประโยชน์ลงล็อก ทุกคนคุมกรมใหญ่ขึ้น หากจะให้นพ.จักรธรรมเป็นปลัด จะเกิดปัญหาว่าระหว่างนพ.ไพจิตร์ นพ.มานิต และนพ.เรวัติ ใครจะคุมกรมควบคุมโรคและอนามัย ที่เหลืออีกหนึ่ง จะไปอยู่ตำแหน่งใด

 เชื่อว่าคนที่ถูกเลือก ต้องสนองทั้งงานราษฎร์และงานหลวง หาไม่แล้วโอกาสที่มีเข้ามา จะสูญเปล่าในการจัดทัพรับเลือกตั้งของปชป. แต่ต้องไม่ลืมว่าประวัติศาสตร์สธ.ตั้งแต่อยู่วังเทเวศร์ถึงนนทบุรี ตำแหน่งปลัดไม่เคยมีใครอยู่เกิน 1 ปี เว้นเพียงนพ.ปราชญ์เท่านั้น อำนาจการตัดสินใจจึงไม่ได้อยู่ที่ “วิทยา แก้วภราดัย” เพียงคนเดียว

 0 ทีมข่าวสาธารณสุข 0