ไลฟ์สไตล์

คลอดเกณฑ์สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นเฉลิมพระเกียรติ

คลอดเกณฑ์สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นเฉลิมพระเกียรติ

03 ก.ย. 2552

พศ.คลอดเกณฑ์สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นเฉลิมพระเกียรติในหลวง 82 พรรษา หวังพัฒนาคุณภาพสำนักปฏิบัติธรรม คาดสรุปผลสำนักดีเด่นก่อน 5 ธันวาคม นี้

 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่วัดพิชยญาติการาม พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนางบุญศรี พานะจิตต์ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)นายพนม ศรศิลป์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา ร่วมแถลงข่าวโครงการคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น 82 แห่ง เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2552 โดยนายพนม กล่าวว่า พศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่นไว้ 3 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านสถานที่จะต้องมีความสะอาด เงียบสงบ ร่มรื่น มีอาคาร หรือศาลาปฏิบัติธรรมที่สามารถให้ผู้ปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนากรรมฐานได้อย่างไม่แออัด รวมทั้งต้องมีที่พัก ห้องน้ำ เพียงพอ และแยกตามเพศของผู้ใช้ 2.ด้านวิทยากร มีพระวิปัสนาจารย์ หรือผู้ฝึกสอนกัมมัฎฐานที่ผ่านการอบรมแล้ว และมีความประพฤติดีเป็นแบบอย่างให้แก่พุทธศาสนิกชน

 นายพนม กล่าวต่อไปว่า 3.ด้านการบริหารจัดการ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมเห็นความสำคัญด้านการศึกษา มีการจัดทำบัญชีรายรับ - จ่าย ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีบุคลากรเพียงพอในการดูแลพุทธศาสนิกชน มีการรักษาความปลอดภัย บริการด้านสุขอนามัย โดยจัดเตรียมเจ้าหน้าที่จากสถานพยาบาล เพราะหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินจะสามารถส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ในขณะเดียวกัน สำนักปฏิบัติธรรม จะต้องมีการจัดปฏิบัติธรรมต่อเนื่องตลอดปี มีการประสานงานกับชุมขนให้มีส่วนร่วมกิจกรรมของวัดในรูปแบบคณะกรรมการดำเนินงานด้านต่างๆเช่น การจัดอาหาร น้ำดื่ม เป็นต้น นอกจากนี้ สำนักปกิบัติธรรมจะต้องมีระเบียบประกาศอย่างชัดเจน และจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลสถิติของผู้เข้ารับการปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบ สามารถสืบค้นได้สะดวกด้วย

 “การคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นในครั้งนี้ สำนักพุทธฯจะดำเนินการคัดเลือกให้เสร็จก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2552 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 82 พรรษา โดยจะคัดเลือกสำนักปฏิธรรมดีเด่นจำนวน 82 แห่ง จาก 1,016 แห่ง พร้อมสนับสนุนทุนให้สำนักปฏิบัติธรรมที่ได้รับการคัดเลือกอีกแห่งละ 35,000 บาท ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมให้สำนักปฏิบัติธรรมเกิดการตื่นตัวพัฒนาให้มีมาตราฐานมากขึ้น”ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา กล่าว