ต.ค.60 "หมออนามัย"ต้องสอบ รับใบอนุญาตฯ
สภาการสาธารณสุขชุมชนวางกรอบ คาดขึ้นทะเบียน เปิดสอบใบอนุญาตฯหมออนามัย ก.ย.-ต.ค.นี้ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม
นายไพศาล บางชวด นายกสภาการสาธารณสุขชุมชน กล่าวว่า ได้วางโรดแมปการทำงานของสภาการสาธารณสุขชุมชนให้สอดคล้องตามกรอบเวลาและภารกิจที่เป็นไปตามพรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 หลังจากที่มีคำสั่งสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่ 8/2560 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะไปแล้ว คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ได้ยกร่างแผนยุทธศาสตร์ไว้ในเบื้องต้น และคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและสอบขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ได้ประชุมเตรียมยกร่างกรอบมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมทั้งคณะทำงานกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพฯ ได้มีการประชุมเตรียมการ เพื่อเสนอต่ออนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและสอบขึ้นทะเบียน ทั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานจะเร่งดำเนินการยกร่างข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อบังคับว่าด้วยการเป็นสมาชิก ข้อบังคับว่าด้วยการกำหนดโรค ข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ข้อบังคับว่าด้วยการออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เป็นต้น
"คาดว่าช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม 2560 กรรมการและอนุกรรมการ สภาการสาธารณสุขชุมชน จะจัดโครงการอบรมความรู้ทางวิชาการ มาตรฐานวิชาชีพ และมาตรฐานจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ให้กับสมาชิกและบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ภูมิภาค เมื่อร่างข้อบังคับต่างๆ ทุกฉบับที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น และผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการสภาการสาธารณสุขชุมชน แล้วนำเสนอต่อสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ จึงไม่น่าจะเกินกรอบเวลาตามโรดแมปที่วางไว้ว่า ช่วงเวลาไม่เกินเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม 2560 จะดำเนินการให้สมาชิกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนได้เข้าสู่สนามสอบและขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มตรวจประเมินและบำบัดโรคเบื้องต้น กลุ่มป้องกันโรคและควบคุมโรค กลุ่มอาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริหารสาธารณสุขและกฎหมายสาธารณสุข เพื่อสอบและขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน"นายไพศาลกล่าว
นายไพศาล กล่าวอีกว่า ได้ชูนโยบาย 5 ด้าน “พลิกโฉมวิชาชีพนักสาธารณสุข” ดังนี้ 1.ด้านโครงสร้างองค์กร มีการแต่งตั้งกรรมการ อนุกรรมการ คณะทำงานชุดต่างๆ วางโครงสร้างสำนักงาน และวางระบบการบริหารกิจการสภา 2.ด้านมาตรฐานวิชาชีพ ส่งเสริม เกื้อกูล นักสาธารณสุขและสมาชิกที่มีประสบการณ์ เช่น อายุการปฏิบัติงาน ประสบการณ์การดูแลให้บริการประชาชน ฯลฯ อบรมมาตรฐานความรู้ สอบและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ3. ด้านมาตรฐานจรรยาบรรณ อบรมและพัฒนาความรู้ให้กับสมาชิก รวมไปถึงส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพให้มีมาตรฐานจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
4. ด้านการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และสมาชิก ดำเนินการใน 3 มาตรการ เกี่ยวกับการออกกฎหมายอนุบัญญัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาของสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตด้านสาธารณสุขศาสตร์ วางแนวทางพัฒนาทักษะและความรู้ต่อยอดวิชาชีพเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญเฉพาะ แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พรบ.สถานพยาบาล ฯลฯเร่งรัดจัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งใหม่ให้สอดคล้องตามข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โดยกำหนดชื่อเรียกวิชาชีพนี้ เป็นนักสาธารณสุขกำหนดอัตราค่าตอบแทนวิชาชีพที่เหมาะสม ดูแลสิทธิประโยชน์และความความมั่นคงของวิชาชีพอย่างมีศักดิ์ศรีทัดเทียมทุกวิชาชีพ กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเกี่ยวกับอัตรากำลังคนด้านสาธารณสุข และการสร้างแรงจูงใจ ค่าตอบแทนวิชาชีพ เงิน พ.ต.ส. หรือเงินอื่นตามสิทธิอันพึงได้อย่างเป็นธรรมและเหมาะสม
และ5. จัดตั้งกองทุนสวัสดิการสมาชิก เพื่อดูแลและเอื้อประโยชน์ให้กับสมาชิก
“หากสภาการสาธารณสุขชุมชนที่มีกรรมการชุดนี้ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ก็จะไปดูแลควบคุมมาตรฐานการให้บริการประชาชนและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบวิชาชีพนักสาธารณสุข หรือที่เรียกกันว่าหมออนามัยให้มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หรือ License ซึ่งจะมีขอบเขตทั้งในด้านพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ การตรวจประเมินอาการเจ็บป่วยและบำบัดโรคเบื้องต้น การฟื้นฟูสภาพ การป้องกันโรค การควบคุมโรค และการอาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม หากสภาฯ เดินหน้าได้อย่างไม่สะดุด ก็จะทำให้หมออนามัยมีมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ย่อมเป็นที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น” นายไพศาล กล่าว



