ไลฟ์สไตล์

ศธ.จับมือสสส.รณรงค์ป้องกันหวัด2009

ศธ.จับมือสสส.รณรงค์ป้องกันหวัด2009

03 ก.ย. 2552

ศธ.นำทีม 5 องค์กรหลัก ลงนามความร่วมือกับ สสส. รณรงค์ป้องกันหวัด 2009 หวังสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องให้เกิดกับนร. นศ. เป็นฐานในการป้องกันทุกโรคระบาดอย่างหยั่งยืน

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 3 ก.ย.  กระทรวงศึกษาธิการ โดย นส.นริศรา ชวาลตันพิพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีตัวแทน 5 องค์หลักของกระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษาเข่าร่วมในพิธี

 นส.นริศรา กล่าวว่า ข้อมูลจาก สสส.พบว่า ผู้ติดเชื้อหวัด 2009 ส่วนใหญ่ ประมาณ 60% อยู่ในกลุ่มอายุ 6 – 20 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียน เนื่องจากธรรมชาติของโรคนี้จะระบาดในสถานที่ ๆ มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมากและอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน ดังนั้น นักเรียน นักศึกษาเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ และจากข้อมูลของ ศธ. พบว่า ตั้งมิ.ย. 52 มีนักเรียนติดเชื้อหวัด 2009 แล้ว จำนวน 2,125 คน เสียชีวิต 8 คน เฝ้าระวัง 59,470 คน มีครูติดเชื้อ 14 คน รวมทั้งมีนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง 59,470 คน และมีสถานศึกษาถูกปิดไปแล้วจำนวน 430 แห่ง แต่ขณะนี้ ทุกแห่งเปิดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว

 รมช.ศธ. กล่าวต่อว่าศธ.ไม่ต้องการให้สถานศึกษาย่อหย่อนในมาตรการต่าง ๆ ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น จึงลงนามร่วมมือกัน สสส. รณรงค์ ให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการตามมาตราเฝ้าระวัง ป้องกันการระบาดของโรคหวัด 2009 ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองนักเรียน บุคคลากรที่ติดเชื้อ การจัดเตรียมจุดล้างมือ การทำความสะอาดสถานศึกษา การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกันโรคนี้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันนักเรียน นักศึกษา ในสังกัดกว่า 10 ล้านคน จากหวัด 2009

 นพ.มงคล  ณ  สงขลา ประธานอนุกรรมการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาของการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 สสส. กล่าวว่า ไม่เพียงแต่หวัด 2009 เท่านั้น ในอนาคตอาจมีโรคระบาดอื่นๆ ตามมาอีก เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงภูมิอาการ สภาพแวดล้อม ทำให้เกิดโรคใหม่ๆ ขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างกระบวนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่ติดตัวนักเรียน นักศึกษา เช่น สร้างนิสัยล้างมือบ่อยๆ ไม่เข้าไปในที่ๆ มีคนชุมนุมกันมาก ทำความสะอาดสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน หรือ เป็นจุดสัมผัสร่วม เช่น ราวบันได ตู้น้ำดื่ม ใส่หน้ากากเมื่อป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งจะทำให้เราสามารถป้องกันการระบาดของโรคต่างๆ ได้