
ฟื้นปลูกทุเรียนนนท์-ปลูก 50 ต้นได้ปีละล้าน
ในขณะที่ราคาทุเรียนจากสวนเกษตกรที่ปลูกทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ประสบปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซากอย่างต่อเนื่อง แต่ทุเรียนเมืองนนท์ โดยเฉพาะพันธุ์ "ก้านยาว" ราคาตกผลละกว่า 3,000 บาท ขนาดผลไม่ทันแก่มีคนจองล่วงหน้าแล้ว อย่างประธานชมรมสวนทุเรียนเมืองนนท์ "แสวง นา
แสวง บอกว่า สาเหตุที่ทุเรียนเมืองนนท์มีราคาสูง เพราะรสชาติอร่อย ที่เกิดจากสภาพดินในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นดินเหนียวที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทับถมมายาวนาน เคล็ดลับการดูแลต้องควบคุมระดับน้ำในช่วงหน้าฝนตามท้องร่องเพื่อไม่ให้มากเกินไป เพราะจะทำลายระบบรากของทุเรียน เน้นปล่อยแบบธรรมชาติ ให้อยู่ผสมผสานกับไม้ยืนต้นประเภทอื่น ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงทำให้รสชาติของเนื้อทุเรียนจะดีกว่าการปลูกแบบสมัยใหม่ที่ใส่ปุ๋ย พ่นยา ฉีดฮอร์โมน ซึ่งบางครั้งจะเกิดการตกค้างของสารในร่างกาย และอาจเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้
เขายอมรับว่า แม้การดูแลสวนทุเรียนที่ปล่อยแบบธรรมชาติอาจทำให้ผลไม่สวย ไม่โต มีลักษณะสีเข้ม เมื่อแก่จัดปลายหนามจะไหม้ เนื้อในสีเข้มกว่าก็ตาม แต่รสชาติจะอร่อย หวาน มัน เข้มข้นกว่าทุเรียนจากพื้นที่อื่นๆ รวมถึงพันธุ์ชะนีและหมอนทองด้วยที่มีลักษณะเนื้อละเอียดกว่า สิ่งที่สำคัญคือจะไม่ทำให้ผู้ที่ซื้อไปรับประทานเกิดผลกระทบจากสารตกค้างจากสารเคมีอย่างแน่นอน
"ตอนนี้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนเมืองนนท์มากขึ้น เพราะราคาดี ปัจจุบันมีราว 2,700 ไร่ แต่ผลผลิตยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด มีเท่าไรขายหมด บางครั้งมีคนจองล่วงหน้าตั้งแต่ทุเรียนยังไม่แก่ ราคาปัจจุบันของก้านยาวขายเป็นลูก หากขายส่งตกลูกละ 3,500 บาท น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 3 กิโลกรัม แม่ค้าไปขายต่อลูกละ 5,000 บาท แม้แต่หมอนทองขายกิโลกรัมละ 200 บาท อย่างของผมมี 7 ไร่ เป็นทุเรียนพันธุ์ก้านยาว 50 ต้น หมอนทอง 40 ต้น และชะนี 1 ต้น ที่เหลือเป็นไม้ยืนต้นและไม้ผลอย่างอื่น ในแต่ละปีผมจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ในจำนวนนี้เฉพาะทุเรียนพันธุ์ก้านยาวว 50 ต้น มีรายได้ปีละกว่า 7.5-8 แสนบาท" เขา กล่าว
ด้าน วุฒิชัย คล่องโวหาร ผู้ชำนาญการ สำนักวิชาการพืช กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) บอกว่า จากการศึกษาวิเคราะห์ด้านพื้นที่และโครงสร้างทั่วไปในการปลูกทุเรียนเมืองนนท์ของ แสวง พบเบื้อต้นสภาพดินเป็นดินเหนียว มีปริมาณอินทรียวัตถุที่มีอยู่ในดินสูง ดูได้จากดินชั้นบนจะมีสีดำ และสิ่งหนึ่งที่พบก็คือ มีสิ่งมีชีวิตในดินจำพวกไส้เดือน แสดงให้เห็นว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกพืช จากการตรวจค่าของพีเอช (PH) หรือความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ที่ 6.5เป็นดินมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ปัจจัยเกิดจากการทับถมของตะกอนที่พัดพามาจากแม่น้ำเจ้าพระยา บวกกับในพื้นที่ไม่มีการใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีนั่นเอง
"ดลมนัส กาเจ"



