
เปิดใจนิสิตครู5ปีมก.
เพราะเติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นครูในต่างจังหวัด อย่าง ยโสธร ทำให้ได้เห็นการใช้ชีวิต เห็นสังคมแล้วรู้สึกว่าเป็นสังคมที่ดีมีคุณภาพ อยากมีสังคมชีวิตแบบนั้นบ้าง
ที่สำคัญครูเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง เงินเดือนที่ดี จึงทำให้ "เจน -วิมลฉัตร ภูศรีฐาน" ตัดสินใจเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)ทันทีที่สอบ เพราะเปิดสอนมานานมีแหล่งฝึกปฏิบัติงาน บัณฑิตครูส่วนใหญ่มีงานทำ
แต่ว่าจะเรียนจบมาได้ 5 ปีนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะทุกกระบวนการบ่มเพาะ ทั้งความรู้ทางด้านวิชาการ เทคนิคการสอนทางปฏิบัติ และจิตวิญญาณของความเป็นครู นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย "ชุลีพร อร่ามเนตร" ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ มีโอกาสได้สนทนารายละเอียดกับ นิสิตชั้นปีที่ 5 สาขาวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ถึงรายละเอียด
วิมลฉัตร ภูศรีฐาน
" เจน -วิมลฉัตร "เล่าว่าการเรียนของนิสิตครูหลักสูตร 5 ปี จะเรียนทั้งหมด 172-175 หน่วยกิต แล้วแต่วิชาเอกโดยภาคเรียนที่ 1 ปี 1 จะเป็นการเรียนรวมไม่ได้แยกสาขา/เอก ทุกคนจะเรียนพื้นฐานเหมือนกัน ส่วนภาคเรียนที่ 2 หรือปี 2 สามารถเลือกเรียนเอกตามที่ต้องการและระหว่างเรียนต้องเรียนวิชาเลือกเพิ่มเติมตามความสนใจของแต่ละคน
โดยตั้งแต่ปี 2 ทุกคนที่เลือกเอก/วิชาจะได้ไปเรียนทางด้านวิชาการจากคณะที่เกี่ยวข้อง เช่น เลือกเอกวิชาวิทยาศาสตร์ ต้องไปเรียนเนื้อหาจากคณะวิทยาศาสตร์ และได้ฝึกสอน เรียนรู้วิธีการสอนในชั้นเรียนเป็นแบบจำลอง ซึ่งมีเพื่อนๆ เป็นนักเรียน
เจน เล่าว่าตั้งแต่ปี2 เป็นต้นไปการเรียนครูฟิสิกส์ ต้องเรียนเนื้อหาจากคณะวิทยาศาสตร์ เด็กวิทยาศาสตร์เรียนอะไร เนื้อหาแบบไหนเราก็ต้องเรียนอย่างนั้น เพื่อให้ได้เนื้อหา สาระ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตรงตามที่เด็กคณะวิทยาศาสตร์เรียน จากนั้นต้องไปฝึกปฏิบัติ 1 ปี เราถูกบ่มเพาะความเป็นครูทั้งด้านองค์ความรู้ เทคนิคการสอน และจิตวิญญาณความเป็นครู
หัวใจหลักการฝึกสอนที่โรงเรียนสาธิต ม.เกษตรศาสตร์ ต้องส่งแผนการสอนให้กับครูพี่เลี่้ยงตรวจและอนุมัติก่อนนำไปสอนจริงทุกครั้ง โดยมีพี่เลี้ยง 1 คนต่อนิสิต1 คน เจนเล่าว่า ยิ่งเข้าสู่ปีที่ 5ทุกคนต้องไปฝึกสอนในโรงเรียน
เจอสถานการณ์จริง เจอระบบโรงเรียน ชั้นเรียน และนักเรียนในระดับชั้นแตกต่างกันออกไปต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจทุกอย่าง เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำรวจตัวเองด้วยว่ามีความพร้อม และจะใช้ชีวิตในวงการวิชาชีพครูได้หรือไม่ เป็นการวัดความชอบของแต่ละคนด้วยว่าเหมาะกับการเป็นครูประถม มัธยม หรือครูในระบบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือครูในโรงเรียนสาธิต ซึ่งทุกการเรียนการสอน ฝึกสอน ต้องผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ที่หน่วยงาน มหาวิทยาลัยกำหนด
“ตอนนี้คนเก่งเลือกเป็นครูมากขึ้น เพราะนอกจากเป็นวิชาชีพชั้นสูงแล้วยังมีเงินเดือนสูง ความมั่นคงสูง" เจนระบุ ซึ่งการเปิดให้ “ผู้ไม่ได้จบครู” มาเป็น “ครู” ได้ แต่ควรผ่านการอบรมเทคนิคการสอน การควบคุมชั้นเรียน การรู้จักเด็ก จิตวิทยา การเรียนรู้พฤติกรรม และที่สำคัญต้องรู้จักการถ่ายทอด เพราะบ่อยครั้งที่คนเก่ง มีความรู้แต่สื่อสาร ถ่ายทอดไปยังผู้อื่นไม่ได้ หลายครั้งที่เมื่อมีปัญหาเรื่องคุณภาพ ครูก็มักจะถูกเป็นจำเลยสังคม
เจน ทิ้งท้ายว่า หลักสูตรครูจะ 5 ปี หรือ 4 ปี หากได้เรียนในคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ล้วนผ่านการบ่มเพาะความเป็นครูที่อัดแน่นทั้งด้านวิชาการ และวิธีการสอนอยู่แล้ว อยากให้นำบัณฑิตครูที่ไม่มีงานทำ ไม่ได้รับการบรรจุ ได้รับการบรรจุในสาขาวิชาต่างๆก่อน เพราะพวกเขาล้วนได้รับการเรียนการสอน ฝึกสอนความเป็นครูอยู่แล้ว อยากให้ผู้ใหญ่ที่มองว่าครูมีปัญหาเรื่องคุณภาพ ต้องย้อนกลับไปมองไม่มีคุณภาพจริงๆ หรือระบบการผลิตครูไม่เชื่อมโยงกัน



