ไลฟ์สไตล์

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

30 มี.ค. 2560

มีไม่มี“ตั๋วครู”วัดกันที่“กี๋น”ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร” 28 เมษายนนี้ได้รู้กัน

        คึกคักน่าดูสำหรับ“การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2560” ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 (สมพ.1) พญาไทที่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะนอกจากเปิดรับบัณฑิตครู 5 ปี มีใบประกอบวิชาชีพครูแล้ว ยังเปิดรับอีก 25สาขา จากคณะอื่นๆอีกด้วย 

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

       ผู้สมัครทุกคนต้องรับบัตรคิว มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะได้ใบสีชมพู ไม่มีใบอนุญาตฯ จะได้ใบสีฟ้า พร้อมเอกสารไปกรอกข้อมูล ก่อนนำไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ตรวจเสร็จ ต่อด้วยขั้นตอนการถ่ายรูป เก็บไว้เป็นหลักฐาน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัครโดยยอดสมัครเบื้องต้น ช่วงเช้า มีผู้สมัคร ประมาณ 1,000 กว่าคน และคาดว่าทยอยมาเรื่อยๆ ซึ่งเจ้าที่คาดว่า เมื่อถึงวันที่4 เมษายน 2560 จะมีผู้สมัครประมาณ 10,000 กว่าคน

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

       โดยใน 1,000 คน มีผู้สมัครสอบที่ไม่จบสายครูโดยตรงถึง 700 คน ซึ่งใน 1 ใน 700 อย่าง วิภาดา ค้าแฟง บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เล่าว่าไม่ได้จบคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ แต่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพราะเรียนหลักสูตรเอกภาษาจีน และเรียนโทวิชาการสอน เพิ่ม 28 หน่วยกิต ซึ่งต้องเรียนประมาณ 4 ปีครึ่ง หรือ 4 ปี และต้องไปฝึกสอน ที่ประเทศจีน เพื่อฝึกภาษาจีน

       เธอ บอกว่าการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาอื่นสอบครู เฉพาะสาขาที่ขาดแคลน หรือสาขาที่คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ไม่เปิดสอนเป็นสิ่งที่ดีหากได้คนที่มีความรู้ด้านนั้นจริงๆ มาสอน

      “ไม่ว่าอาชีพไหนจะมาสอบบรรจุครู สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้ถามตัวเอง คือ เป็นครูเพื่ออะไร ถ้าเป็นครูเพื่อตำแหน่ง วิทยฐานะ ก็ไม่ควรจะมาสอบเพราะอาชีพครู เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่ๆ กว่าคนๆ หนึ่งจะเติบโต เป็นคนดี คนเก่ง นอกจากพ่อแม่ ครอบครัวแล้ว มีครูที่คอยดูแล สั่งสอน เคี่ยวเข็ญทั้งที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของเขา ดังนั้น การเป็นครูต้องเป็นด้วยใจรัก เป็นเพราะอยากดูแล สั่งสอนเด็ก เป็นเพราะมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูจริงๆ”

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

       ปาริชาติ บงลังกา

        น.ส.ปาริชาติ บงลังกา บัณฑิตครูจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย คณะครุศาสตร์ สาขาเคมี เดินทางจากเชียงราย เพื่อมาสมัครสอบครูผู้ช่วยว่าทุกคนที่มาเรียนครูตอนนี้ไม่ใช่ไม่มีที่เรียนแล้วมาเรียน แต่ทุกคนอยากเป็นครูจริงๆ ถึงจะมาเรียน เพราะรู้ว่าวิชาชีพครู ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงสอนเด็กเป็นคนดี คนเก่ง แต่ต้องสอนการใช้ชีวิต เป็นอาชีพสร้างคน ตั้งใจจะเป็นครูเคมี จึงได้สมัครสอบและเรียนหลักสูตรครู 5 ปี ซึ่งกว่าจะจบต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่น ตามมาตรฐานหลักสูตร ต้องผ่านการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติการสอน เพื่อเป็นครูคุณภาพ

       ศุภชัย หงส์ศิริ อายุ 22 ปี เพิ่งศึกษาจบระดับชั้นปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ บอกว่า ตั้งใจมาสมัครครูผู้ช่วยในสาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ต้องใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก็ได้ และเห็นด้วยที่ ก.ค.ศ.ใช้รูปแบบการสมัครใหม่ เพราะเป็นโอกาสดีที่ทำให้ได้มาสมัครเป็นครูผู้ช่วย คนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็ต้องไปเรียนเพิ่มเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอยู่ดี จึงไม่ถือว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างไร

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

       ขณะที่  ศิริรัตน์ ยอดพรหม บัณฑิตคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์กล่าวว่า ใฝ่ฝันอยากเป็นครู เมื่อกระทรวงศึกษาธิการเปิดโอกาสคนจบสาขาอื่นมาสอบครูได้ตัดสินใจสมัครสอบทันที พอมาถึงกลายเป็นเขาเปลี่ยนเปิดรับบางสาขาเสียใจมาก เพราะจบคณะบริหารธุรกิจ เรียนการเงินและบัญชี แต่จำนวนหน่วยกิตไม่ตรงกับคุณสมบัติ

         ทั้งที่มีประสบการณ์การทำงาน และเรียนศึกษาต่อในสาขาดังกล่าวจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยไม่ได้ คงไปสมัครสอบครูโรงเรียนเอกชน หรือที่อื่นๆ แทน เพราะอยากเป็นครู อยากทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติ สอนเด็กตามองค์ความรู้ที่ได้เรียนมา

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

         สำหรับเอกสารสมัครสอบครูผู้ช่วยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ได้พิจารณาแนวปฏิบัติการดำเนินการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยไปยังหน่วยรับสมัครทั่วประเทศ ว่าใช้เอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งยื่นสมัคร ดังนี้ 1.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 2. ใบอนุญาตปฎิบัติการสอน 3.หนังสือรับรองสิทธิ 4.หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และ5.เอกสารแสดงสถานะการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตฯ

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

       ในส่วนของผู้ที่สมัคร 36 สาขาวิชาที่กำหนดว่าต้องมีใบอนุญาตฯ นั้น ต้องเป็นใบอนุญาตฯที่คุรุสภาอนุมัติให้ไม่เกินวันที่ 4 เม.ย.นี้ส่วนชื่อสาขาที่เปิดรับสมัครบางสาขาไม่ตรงกับที่เปิดสอนในสถาบันอุดมศึกษา เช่น จิตวิทยาและการแนะแนว กับ จิตวิทยาแนะแนว,การเงินการธนาคาร กับ การธนาคารการเงินให้ถือหลักว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปีและหลักสูตร 5 ปีต้องศึกษาเนื้อหาวิชานั้นๆ ไม่น้อยกว่า 30 หน่อยกิตโดยไม่ต้องดูเกรดจากเดิมที่กำหนดว่าต้องไม่ต้องต่ำกว่าเกรดc(ซี)

ถามใจ“เป็นครูเพื่ออะไร”

        ส่วนนิสิต นักศึกษาหลักสูตร ครู 5 ปี และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาปีการศึกษา อยู่ระหว่างขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กว่า 20,000 คนให้ใช้หลักฐานที่เป็นเอกสารแสดงสถานะการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่คุรุสภาประกาศขึ้นหน้าเว็บไซต์โดยให้ผู้สมัครปริ้นท์เป็นเอกสารยื่นสมัครสอบได้