ไลฟ์สไตล์

สามี (ตัวดี) แบ่งสินสมรส

สามี (ตัวดี) แบ่งสินสมรส

03 ก.ย. 2552

ดิฉันอยากทราบปัญหาในเรื่องกรณีที่ต้องหย่ากับสามีค่ะ 1. บ้านหลังที่ดิฉันซื้อก่อนสมรสนั้น สามารถจะขายได้ไหมคะ 2. ดิฉันจะสามารถนำเรื่องร้านและธุรกิจที่เขาลงทุนกับผู้หญิงมาเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายในการหย่าได้หรือไม่

3. เรื่องบ้านที่เป็นสินสมรส หากสามีขายไปดิฉันควรทำอะไร ต่อใคร กับสิทธิของดิฉันครึ่งหนึ่ง
 4. บ้านหลังที่เป็นสินสมรส ธนาคารแจ้งว่า สามีปิดบัญชีกู้แล้วและนำบ้านไปค้ำประกันกู้ยืมใหม่ หนี้สินตรงนี้ดิฉันกับลูกต้องรับผิดชอบไหม 
 5. ดิฉันสามารถระบุในข้อตกลงท้ายการหย่า ไม่ให้เขารับผิดชอบค่าเลี้ยงดูลูกพร้อมทั้งไม่ให้สิทธิการเลี้ยงดูได้หรือไม่
 6. ควรจะทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และทำธุรกรรมต่างๆ กับสามีให้เสร็จก่อนหย่าได้ไหม
 7. อยากทราบว่า สามารถทำพินัยกรรมเองได้หรือไม่ พินัยกรรมที่มีผลตามกฎหมายต้องมีหัวข้ออย่างไรบ้าง 
 8. อยากเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิม ดิฉันควรรอให้หย่าเรียบร้อยก่อนหรือไม่
 แม่บ้านลูกหนึ่ง

ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์นฤตย์  หม็องพร้า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในข้อที่หนึ่งนั้น บ้านหลังนี้ถือเป็นสินส่วนตัว คุณมีสิทธิที่จะขายช่วงไหนก็ได้ ส่วนข้อสอง เอาเรื่องของธุรกิจมาอ้างในการหย่าไม่ได้ แต่การที่สามียกย่องหญิงอื่นออกนอกหน้า หรือ สามีทิ้งร้างจากคุณไปเกินกว่า 3 ปี สามารถเอาเป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่าได้แล้ว
 ข้อสาม คุณต้องเฝ้าระวังหรือคอยดูว่าสามีจะขายบ้านหลังนี้เมื่อไหร่ แล้วทำการฟ้องเพื่อขอแบ่งส่วนที่เป็นสินสมรส ซึ่งคุณมีสิทธิ
 ส่วนในข้อสี่ เงินที่สามีกู้มาใหม่นั้น หากไม่ได้นำมาใช้ในครอบครัว จุดนี้คุณไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินที่เกิดขึ้น
 ข้อห้า คุณไม่สามารถห้ามสิทธิในการให้สามีเข้ามาใช้สิทธิความเป็นพ่อได้
 ข้อหก ถูกต้องแล้ว ควรทำธุรกรรมต่างๆ ให้เสร็จก่อนหย่า และควรเขียนเป็นบันทึกท้ายหย่าไว้และทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ปฏิบัติบันทึกท้ายหย่าจะมีผลทางกฎหมายทันที
 ส่วนในข้อเจ็ด เรื่องการทำพินัยกรรม คุณสามารทำได้เลย เขียนได้ด้วยตัวเอง ต่อหน้าเจ้าพนักงานที่อำเภอก็ได้ ซึ่งทางอำเภอจะเก็บไว้ให้คุณอย่างดี แต่คุณต้องบอกทายาทด้วยว่าได้ทำพินัยกรรมไว้และฝากไว้ที่อำเภอ และในข้อสุดท้าย เรื่องการเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดิม สามารทำได้เลย ไม่ต้องรอหลังหย่า

ลุงแจ่ม