
"หน้ากากอนามัยของเยาวชนทูบีฯ ผืนละ10บาทรับมือ"ไข้หวัดใหญ่ 2009"
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว อีกทั้งยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกหน่วยงานต้องเร่งระดมสรรพกำลังในการดำเนินยุทธศาสตร์ต่างๆ มากมาย เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว และเพื่อบรรเท
อ.อุบล ลิมทโรภาส อาจารย์ประจำชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี เล่าว่า จากสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดเข้ามาในโรงเรียนขณะนี้ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยของเด็กในโรงเรียนจำนวนกว่า 200 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 2,700 คน ทางโรงเรียนจึงให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหยุดเรียนเพื่อรักษาตัว มีเด็กนักเรียนบางรายที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการด้วย เบื้องต้นจะไม่มีการปิดโรงเรียน เพราะจะส่งผลกระทบต่อเวลาการเรียนการสอน แต่ได้จัดให้มีกิจกรรมรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาการเจ็บป่วยและการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขึ้นในโรงเรียน โดยให้สมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วันทุกคนผลัดเวรกันออกทำความสะอาดโรงเรียนทุกจุดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งหน้าประตูโรงเรียนทุกด้านจะให้เด็กล้างมือด้วยเจลฆ่าเชื้อ และมีการคัดกรองนักเรียนด้วยปรอท เพื่อวัดไข้ทุกเช้าเวลาเข้าแถวหน้าเสาธงด้วย
อ.อุบล กล่าวต่อว่า ชมรมทูบีนัมเบอร์วันได้รวมกุล่มผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ขึ้น มีสมาชิก 20 คน ที่มีความสนใจและมีความสามารถทางด้านงานประดิษฐ์ โดยสมาชิกแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยแบ่งเป็นแผนกวัดขนาด ตัดเย็บ และบรรจุห่อ ซึ่งในตอนแรกทางชมรมมีแนวความคิดที่จะผลิตไว้ใช้ภายในโรงเรียนเท่านั้น แต่เมื่อชุมชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยด้วยนั้น ชมรมจึงจัดทำออกจำหน่ายให้องค์การบริหารส่วนตำบล และชุมชนต่างๆ โดยจำหน่ายเพียงผืนละ 10 บาท ซึ่งรายได้ก็จะเป็นของนักเรียนทั้งหมด
ภานุมาส เสียงลือชา หนึ่งในสมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี บอกว่า โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อเป็นแล้วสามารถหายเองได้ ถ้ามีการดูแลที่ดี การดูแลสุขภาพนอกจากจะต้องกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือแล้ว ก็ควรจะสวมหน้ากากอนามัยเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น
"พวกเราคิดจะประดิษฐ์หน้ากากอนามัยขึ้น โดยตนเองอยู่ในกลุ่มของการเย็บ เพราะมีความถนัดในการใช้จักรเย็บผ้ามาก สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ถึงวันละ 50 ผืน เป็นการทำช่วงเวลาว่างจากการเรียนเท่านั้น ส่วนวิธีการทำนั้นจะเริ่มจากการนำผ้าที่มีสีสันลวดลายสวยงามมาวัดขนาดและตัดขึ้นรูป จากนั้นจะส่งต่อไปสู่แผนกเย็บเพื่อเย็บชิ้นงานให้ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ จากนั้นก็จะบรรจุในถุงพลาสติกเพื่อออกจำหน่าย การทำหน้ากากอนามัยออกขายสามารถสร้างรายได้ถึงวันละ 200-300 บาทเลยทีเดียว และหน้ากากอนามัยที่ตนเองทำนั้นจะมีคุณสมบัติเด่นตรงที่มีสีสันสวยงาม เนื้อผ้านุ่มสบาย ไม่อับชื้น และยังสามารถซักทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย"สมาชิกชมรมคนเดิมกล่าว
ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี ทำให้วันนี้ภายในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ มีความรู้ความเข้าใจและมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในการเตรียมการรับมือกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้อย่างไม่ตื่นตระหนก



