ไลฟ์สไตล์

จุดต่างชาวนา "ไทย-เวียดนาม"

จุดต่างชาวนา "ไทย-เวียดนาม"

02 ก.ย. 2552

ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.เหวียน จี๊ ง่อก (Dr.Nguyen Tri Ngoc) อธิบดีกรมการเพาะปลูก กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เดินทางมาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมกิจการของบริษัท ซิตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่า

  มีหลายประเด็นที่ ดร.เหวียน จี๊ ง่อก ให้ความสนใจ อย่างเรื่องข้าวแม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีการเกษตรจะล้าหลังกว่าประเทศไทยอยู่บ้าง แต่ก็ให้ผลผลิตสูงกว่าไทยเฉลี่ย 100 ถังต่อไร่ ในขณะที่ไทยได้ผลผลิตเฉลี่ย 70-80 ถังต่อไร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรมีวิธีการใช้ปุ๋ยที่ต่างกัน กรณีการใช้ปุ๋ยของเวียดนามจะเน้นใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกและความต้องการของพืช แล้วก็มีราคาถูกกว่าไทยมาก เพราะเวียดนามสามารถผลิตแม่ปุ๋ยมาใช้เองได้ ซึ่งการใช้ปุ๋ยของเวียดนามปัจจุบันจะเน้นการให้ปุ๋ยตัวท้ายมากขึ้น อันนี้เป็นข้อแตกต่าง 

  อ.ประทีป กุณาศล ได้ให้แง่คิดด้านวิชาการเกี่ยวกับการทำนาในประเทศไทยว่า ปัญหาหลักของเกษตรกรไทยคือปลูกข้าวตลอดทั้งปี ดินจะเปียกตลอด ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ประเด็นแรก คือปุ๋ยบางตัวจะไม่ละลายออกมา เช่น ในภาคกลางของไทยมีการวิเคราะห์ดินออกมาแล้วพบว่าดินมีโพแทสเซียม (K) หรือตัวท้ายค่อนข้างมาก แต่เดิมเคยแนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 แต่ขณะนี้เราพบว่าเมื่อให้ปุ๋ยที่มีตัวท้ายลงไป ข้าวตอบสนองดีขึ้น แสดงว่าการที่ดินเปียกตลอดพืชจะมีปัญหาในการนำโพแทสเซียมในดินไปใช้ จำเป็นต้องใส่เพิ่มลงไป จึงอยากให้พี่น้องเกษตรกรมองประเด็นนี้ให้มาก และต้องใช้โพแทสเซียมให้ถูกต้อง เพราะจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นค่อนข้างดี โดยเฉพาะเกษตรกรที่เคยใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 มาตลอด

 ประเด็นต่อมาฟอสฟอรัส (P) หรือตัวกลาง มีการตกค้างอยู่ในดินค่อนข้างสูง มันจะไปกดสังกะสี (Zn) ที่มีอยู่ในดิน เมื่อพืชปลูกไม่หยุดก็จะนำสังกะสีไปใช้ และยังถูกฟอสเฟตตรึงไว้ ส่งผลให้เมล็ดลีบ รวงไม่เต็ม ฉะนั้นการเอาปุ๋ยที่มีสังกะสีผสมอยู่ไปพ่นให้ข้าวจึงได้ผล หรือแม้แต่ไปคลุกเมล็ดให้ข้าวก็ได้ผล ซึ่งขณะนี้เกิดปัญหามากในภาคกลางหรือพื้นที่ที่ทำนาไม่หยุด

  ประเด็นสุดท้ายคือ ไนโตรเจน (N) หรือปุ๋ยตัวแรกที่เกษตรกรนิยมใช้ยูเรีย (46-0-0) แต่ปัญหาหลักของยูเรียคือการระเหย การถูกจุลินทรีย์แย่งเอาไป ทำให้พืชใช้ปุ๋ยไนโตรเจนได้ไม่เต็มที่ เช่น ใส่ไป 100 จะให้ได้ 100 นี่เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้นักวิชาการของกรมวิชาการเกษตรทำวิจัยไว้เยอะ ถ้าหากพี่น้องเกษตรกรสนใจเข้าไปศึกษา เข้าไปถามนักวิชาการได้ เพราะปุ๋ยยูเรียเราทราบอยู่แล้วว่าประจุเป็นบวก จึงหาสารที่มีประจุเป็นลบมาจับไว้ แล้วค่อยๆ ปลดปล่อยออกไป อันนี้จะทำให้ปุ๋ยของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

  นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างคุ้มค่าและได้ผลผลิตข้าวดีขึ้นด้วย

"สุรัตน์ อัตตะ"