ไลฟ์สไตล์

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

“หนังสือรฦกงานศพ” เปิดให้ชมครั้งแรก

13 มี.ค. 2560

ครั้งแรกกับนิทรรศการหนังสือที่รฦกงานศพ:มรดกวัฒนธรรมประจำชาติ และนิทรรศการที่จำลองบรรยากาศการจัดการศึกษาของประเทศฟินแลนด์โอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีก่อตั้งประเทศ

             งาน "สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15  (45th Nation Book Fair and 15th Bangkok International Book Fair 2017)” ในระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - วันที่ 9เมษายน พ.ศ. 2560 ภายใต้แนวคิด “อ่าน อ่าน และอ่าน” ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ. 2560-2564  เพื่อกระตุ้นให้คนตื่นตัวให้ความสำคัญต่อการอ่าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ ตลอด 12 วันนี้พื้นที่ 21,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่กิจกรรมและบูธของ 430 สำนักพิมพ์ 947 บูธ

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

        "แม้เศรษฐกิจจะถดถอย แต่งานหนังสือเป็นสิ่งจำเป็นต้องมี เพราะคนรักหนังสือทำอยู่ ตลาดการอ่านหนังสือยังมีอยู่ ซึ่งผมหวังว่าปีนี้จะมีคนมา 1.7 ล้านคน "จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ย้ำจุดยืน

         จรัญ บอกด้วยว่า การจัดงานปีนี้ยังคงเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ สวนกระแสเศรษฐกิจเพราะการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งไฮไลท์สำคัญของงานหนังสือในปีนี้คือ นิทรรศการหนังสือที่รฦกงานศพ:มรดกวัฒนธรรมประจำชาติ โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่จะนำหนังสืองานที่ระลึกงานศพ ที่มีการจัดพิมพ์ตั้งแต่ครั้งแรกในพ.ศ.2423 

        ซึ่งบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสให้จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือ สมเด็จพระนางเรือร่ม ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีการจัดพิมพ์ หนังสือที่ระลึกงานศพ และจัดพิมพ์มายาวนานจนย่างก้าวสู่ปีที่ 137 แล้ว

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

            หนังสือ ที่ระลึกงานศพยังสามารถสืบย้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย ด้าน กนกอร ศักดาเดช ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ  ผู้แทนผู้จัดทำนิทรรศการ “หนังสือที่รฦกงานศพ: มรดกวัฒนธรรมประจำชาติ” บอกว่า ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติมีหนังสือที่ระลึกงานพระบรมศพรวบรวมไว้ตั้งแต่สมัย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” สมัยรัชกาลที่ 5 มีจำนวน 7 เล่ม“พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 6 จำนวน 3 เล่ม “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 7 จำนวน 2 เล่ม และ “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร” รัชกาลที่ 8 จำนวน2 เล่ม

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

          รวมถึงหนังสือที่ระลึกงานพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ หนังสือที่ระลึกงานศพของข้าราชการ บุคคลทั่วไป และหนังสือที่ระลึกงานศพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดพิมพ์ด้วย จำนวน 98 เล่ม ซึ่งจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการในงานดังกล่าว ซึ่งเนื้อหาของหนังสือระลึกงานพระศพ นั้นจะทำให้เราได้สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น ยกตัวอย่างสมัยรัชกาลที่ 5 เนื้อหาภายในเล่มหนังสือที่ระลึกงานศพ จะเป็นบทสวดมนต์ หรือเกี่ยวกับธรรมะ เพื่อไว้ยังวัดและแจกผู้ร่วมงาน

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

       “หนังสือที่ระลึกงานศพจัดว่าเป็นลักษณะเฉพาะของหนังสือประเภทหนึ่ง ที่ไม่สามารถหาพบได้ที่ไหนอีกแล้วในโลก เพราะเป็นหนังสือซึ่งมีเนื้อหาสาระดี มีประวัติผู้ตาย ที่พิมพ์แจกในงานศพ ไม่ได้ตั้งใจพิมพ์จำหน่ายเหมือนหนังสือทั่วไป เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสังคมไทยแล้ว มีคุณค่าในแง่การศึกษาประวัติศาสตร์สังคมได้เรียนรู้เรื่องราวผ่านตัวอักษร ซึ่งที่ผ่านมาในแวดวงวิชาการก็โดยเฉพาะด้านประวัติศาสตร์ ก็มีการสืบค้นข้อมูลโดยอ้างอิงจากหนังสือระลึกงานศพ ที่ผ่านมาหอสมุดแห่งชาติมีการจัดเก็บหนังสือต้นฉบับอย่างดี และมีการพิมพ์ซ้ำสำหรับให้ผู้สนใจได้ศึกษา”ผอ.สำนักหอสมุดฯ ระบุ

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

            ผอ.สำนักหอสมุดฯ กล่าวด้วยว่า โอกาสนี้ สำนักหอสมุดฯ จะจัดเสวนาวิชาการในหัวข้อเดียวกับนิทรรศการขึ้นในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง และ นายธีระ แก้วประจันทร์ มาร่วมเป็นวิทยากร โดยจะเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านทางสำนักหอสมุดฯ พิเศษภายในงานจะแจกหนังสือ ที่รวบรวมปกหนังสือ ข้อมูลโดยสังเขปจำนวน 58 เล่มและรายชื่อบัญชีแนบท้ายของหนังสือที่ระลึกงานศพที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์แจกผู้ร่วมงานด้วย

    ขณะเดียวกัน ยังได้จัดทำข้อมูลในระบบออนไลน์ให้ผู้สนใจต้องการอ่านหนังสือที่ระลึกงานพระบรมศพ และที่ระลึกงานศพ สามารถอ่านได้ฟรีเพียงแสกนคิวอาร์โค้ด

            ขณะที่ คุณซาตู ซุยก์การี-เคลฟเวน (Satu Suikkari-Kleven)เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจําประเทศไทยผู้แทน Guest of Honor: Finland The Joy of Reading – Key to Lifelong Learning กล่าวในช่วงสนทนา ‘อ่าน อ่านและอ่าน อ่านนั้นสำคัญไฉน’ ว่า ในประวัติศาสตร์ประเทศฟินแลนด์ต้องเผชิญกับภัยสงคราม ประเทศมีความยากจน เรามองว่าการศึกษาและการพัฒนาคนให้มีความรู้จะช่วยพัฒนาประเทศได้ในอนาคต ดังนั้น ประเทศฟินแลนด์จึงให้สำคัญกับการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญในการเรียนรู้ ต้องปลูกฝังให้เขาสนุกและรักการอ่าน ดังนั้น มีมาตรการส่งเสริมจัดการเรียนการสอน ที่สร้างการเรียนรู้ สนุกสนานให้แก่เด็ก

      ทั้งนี้ ในงานสัปดาห์หนังสือทางประเทศฟินแลนด์ นอกจากจะร่วมออกบูธแล้ว ยังจะมีการจำลองบรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียนระดับประถมปลาย  ให้ได้ชม ผู้ปกครองที่สนใจต้องการให้บุตรหลานเข้าร่วมสามารถลงทะเบียนได้ มีเงื่อนไขว่าเด็กจะต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะรับนักเรียนเข้าร่วม 60 คน แบ่งเป็น 2 รอบๆละ 30 คน คือ รอบเช้าเวลา 10.30 น. และรอบบ่าย 13.30 น.

“หนังสือรฦกงานศพ”  เปิดให้ชมครั้งแรก

            สุชาดา สหัสกุล อุปนายกฝ่ายในประเทศสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จําหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย บอกอีกว่า สำหรับโครงการ “1อ่าน ล้านตื่น” ที่สมาคมดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องนั้น ในปีนี้ได้มีแคมเปญ “อ่านช่วยใต้” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดซื้อหนังสือให้กับห้อง สมุดตามโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคใต้ เพียงโพสรูปลีลาท่าอ่านหนังสือสุดในแบบฉบับของตัวเองใน Social Network (IG, FB, Twitter) พร้อมแฮชแท็ก #สัปดาห์หนังสือครั้งที่45 #อ่านเล่นท่า #อ่านช่วยใต้ และตั้งค่าสาธารณะ หากทำตามกติกาที่กำหนดไว้ทั้งหมด ทางสมาคมฯจะสมทบทุนให้ทันทีรูปละ10 บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 9 เมษายน 2560 และรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนการจัดซื้อหนังสือให้กับห้องสมุดโรงเรียนที่ ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

            นอกจากกิจกรรมไฮไลท์ ยังมีนิทรรศการที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ นิทรรศการสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเผยแพร่สื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ตามแนวพระราชดำริในการจัดทำสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนกิจกรรมเสวนาที่อัดแน่นด้วยความรู้ เทคนิคต่างๆที่สามารถนำไปต่อยอดได้ ไปเลือกไปเรียนรู้ได้ตามต้องการได้ที่งาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15 วันที่ 29 มีนาคม - วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 13.00 น. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์