
เล่นหูเล่นตา-ชีพจรลงท้อง (II)
ว่าแล้วมันขับรถพา ฉัน กับ โก้ มาหน้าวัด มหาวัน มีป้าย ป้าเด โรตีท่าแพ 08-1021-9496, (053) 271087 อยู่หน้าร้านที่เขียนด้วยลายมือเจ้าของร้าน ป้าเด ขายโรตีมากว่า 30 ปี เป็นลูกครึ่งปากีสถาน หน้าตาสวยเหมือนนางเอกหนังอินเดียสมัยก่อน แม้จะอายุมากแล้ว ฉันว
เหมือนใบหน้าคนขาย สามีแกจะบรรจงซอยกล้วยหอมใส่ลงในโรตีห่อเป็นสี่เหลี่ยมทอดจนได้ที่ แล้วตัดเป็นชิ้นราดนม ฉันใช้ไม้จิ้มโรตีใส่ปาก กรอบนอก นุ่มใน หอมทั้งกล้วยและนมเนย
โอ้…สวรรค์ อยู่ที่หน้าวัดนี่เอง อยากซื้อไปฝากเตี่ยกับแม่ แต่ท่าจะยาก ก็เลยซื้อโรตีกรอบแป้งบาง พับเป็นชิ้นๆ เคลือบน้ำตาลบางเบา กินแล้วลืมตัว…ลืมว่าตัวเองอ้วน!
พอนึกถึงของฝากที่เป็นขนม ฉันจะแวะไปร้าน “ต้องตา-ตะวัน เบเกอรี่” (053) 275438, 204631 อยู่ ถ.มหิดล หน้าเชียงใหม่แลนด์ เจ้าของร้านเป็นคนลงมือทำขนมเอง มีทั้ง เค้ก คุกกี้ บราวนี่ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก พายบลูเบอร์รี่ พายไก่ พายมะพร้าว รสชาติฝรั้งฝรั่ง ที่เริ่ดก็ตรงที่มีแบบแช่แข็งให้เอากลับมาเก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นเดือน ฉันชอบฟรุตเค้กที่ไม่อั้นเครื่องปรุงและส่วนผสม ซื้อที่กรุงเทพฯ เจ้าดังขนาดเดียวกัน 500 กว่าบาท ที่นี่แค่ 250 บาท รสชาติเหมือนกันเด๊ะ ในร้านมีใบประกาศเกียรติคุณจากกอร์ดองเบลอ ออสเตรเลีย ติดเต็มฝาผนังเป็นของลูกสาวเจ้าของร้านนั่นเอง แต่มิได้มีส่วนในการทำขนมของแม่แต่อย่างใด... ไม่ต้องจบเมืองนอกก็ทำได้อร่อยกว่าคนจบเมืองนอกหลายคน ก็คนเขามีฝีมือนี่ ฉันเลยหน้ามืดหอบมาซะเต็มที่!
ก่อนขึ้นเครื่องกลับ พวกเราแวะกินข้าวที่ร้าน “สวนผัก” (053) 904201 อยู่ใกล้สนามบินแค่ 5 นาที อาหารราคาค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับร้านทั่วไปในเชียงใหม่ แต่พอเขายกมาเท่านั้นแหละ หุบปากไม่ทัน เพราะจานใหญ่ จานโต ใส่มาไม่ยั้ง คุณภาพล้นจาน แถมจัดมาอย่างสวยงามจนต้องถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งอาหารและภาชนะ ทุกอย่างมีผักเคียงมา ไม่ใช่ไก่กา ผักกาดแก้ว แตงกวาญี่ปุ่น มีแต่ผักไฮโซ บ้านๆ อย่ามา ไม่ได้ขึ้นโต๊ะ
พวกเราสั่ง ต้มข่าไก่ แกงเลียง หลนเต้าเจี้ยว แกงไตปลา ข้าวยำ ยำถั่วพู ฯลฯ เด็ดสุดจานสุดท้ายที่เกือบจะยกเลิกเพราะท้องจะแตกอยู่แล้ว! คือ ยำเนื้อ เนื้อนุ่มย่างกำลังดีรองด้วยผักกาดแก้วคลุกเคล้าน้ำยำกับหอมใหญ่ ต้นหอม มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น โรยด้วยใบสะระแหน่สดๆ ใบใหญ่ๆ ตักใส่ปากคำแรก น้ำตาจะไหล อร่อยอะไรอย่างนี้ ขนาดอิ่มจนตัวจะระเบิดแล้ว ยังอร่อยได้อีก... ชนะเลิศ!
ฉันแวะเดินเล่นในสวนสวยหลายแบบ ปลาคาร์พตัวโตหลายลายและสี เหมือนได้รับการดูแลอย่างดี นึกในใจว่า...อยากอยู่ที่นี่...เหลือบมองดูเวลาที่ข้อมือ...จะตกเครื่องแล้วอีอ้วน...เผ่นเถอะ!
พวกเราโหลดกระเป๋าและกล่องของกินร่วม 10 ใบ ขากลับกรุงเทพฯ ราวกับว่าจะไม่กลับมาเชียงใหม่อีกแล้วชาตินี้ “กินกันให้ตายไปข้าง” แบบนี้ถึงจะใช่พวกเรา...ใครๆ เขาแห่มาดูหมีกัน ฉันก็ไม่สนใจ ก็แพนด้ามันกินเข้าไปได้เสียที่ไหนกัน น่ารักแต่ไม่น่ากิน จะยืนจ้องให้ตายก็ไม่รู้สึกอิ่ม ขอเลือกของกินก่อนก็แล้วกัน...นึกถึงตอนกลางวันแวะเอาของกินไปแพ็กลงกล่อง พี่ที่ช่วยกรุณาหากล่องใส่ให้แถมช่วยแพ็กโดยไม่คิดมูลค่า หันมาถามฉันว่า...
“คุณคิ้มเห็นหมีรึยัง?”
ฉันก้มหน้ากลั้นหัวเราะ พี่เขาคงคิดว่าฉันไม่ได้ยิน เลยถามซ้ำอีกที ฉันตอบไปว่า “ยังค่ะ”
“อ้าว…ไปร้องเพลงในสวนสัตว์เชียงใหม่ ยังไม่เห็นหมีอีกเหรอคะ ใครๆ ก็เห็นหมีกันแล้วทั้งนั้น" (แน่ะ! ยังอีก)
ตอนไปร้องเพลงที่สวนสัตว์ นุช กับ เกด สองผู้ช่วย ตั้งกฎเหล็กกับฉันว่า ห้ามถามคนดูว่า “เห็นหมีหรือยัง?” ต่อให้ไม่มีเจตนาใดแอบแฝงก็เถอะ เฮ้อ...มีคนถามแทนจนได้!
ลงจากเวทีก็ตระเวนกินตระเวนซื้อ เที่ยวนี้ยังรู้สึกเสียดายที่ไม่มีเวลาพอจะไปร้านโปรดให้ครบ เชียงใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับกรุงเทพฯ มีทุกแนว ทุกภาค เลยไปถึงทุกชาติ (อาหารไม่ใช่ผู้ชาย) อินเตอร์จริงๆ เล้ย แถมไปไหนมาไหนก็ง่ายกว่าเพราะรถไม่ติด ที่พลาดอย่างแรงคราวนี้ก็คือ ร้านอาหารจีน “แยงซีเกียง” เลขที่ 10 ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 5 (053-225313) เปิดเวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.00 น. เจ้าของร้านเป็นชาวฮ่องกง และเป็นเชฟด้วย วัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่ เชฟจะไปซื้อเองที่ฮ่องกง ขนาดผักกาดดอง ซึ่งดูธรรมดาก็ยังสั่งมาจากฮ่องกง ทุกอย่างจึงออกมาสไตล์กวางตุ้งแท้ๆ อาหารจานอร่อยลืมตายของฉันก็คือ “หมูเปรี้ยวหวาน” เป็นหมูชิ้นโตๆ หมักเครื่องปรุงจนนุ่มแล้วคลุกแป้งก่อนนำไปทอด
จากนั้นก็จะราดซอสสูตรพิเศษรสเปรี้ยวๆ หวานๆ ที่ไม่ใช่ร้านไหนจะมี ยกเว้นห้องอาหารจีนในโรงแรม 5 ดาว ที่มีเชฟเป็นคนฮ่องกงเท่านั้น แต่ราคาที่นี่ถูกกว่ามาก เป็ดปักกิ่งก็สุดยอด แป้งโรตีนึ่งนุ่มๆ ทำเองที่ห่อหนังเป็ดกรอบๆ ใส่ต้นหอมกับแตงกวาแล้วราดด้วยน้ำจิ้มเฉพาะสีน้ำตาลข้นๆ หอมหวาน ก่อนจะม้วนใส่ปาก โอ๊ย! อยากกิน ขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋าก็เลิศ ลูกค้ามีทั้งคนไทยและฝรั่งไฮโซ แต่ราคาธรรมดามากถ้าเทียบกับคุณภาพและฝีมืออันล้ำเลิศของเชฟคนนี้ โก้ แซกแมน ตั้งชื่อให้พวกเราว่า “แก๊งอุ้มเป็ด” คือ ชอบอุ้มเป็ดและหอบหมูแดง กลัวซะที่ไหน! หอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายประเทศแล้ว จนฝรั่งงง ฮ่องกง อังกฤษ ออสเตรเลีย แค่นี้เด็กๆ อยากให้เตี่ยกับแม่ และพี่ๆ น้องๆ ได้กิน กินอิ่มแล้วก็ต้องคาบกลับรังเป็นของธรรมดา
นี่แค่เชียงใหม่ ใครจะยอมพลาด ร้านนี้หมูแดง เป็ดย่าง เอ่อ! ไม่อยากบรรยาย เดี๋ยวจะหิวอีก ถ้าไม่เจ๋งจริงไม่หิ้วมากรุงเทพฯ ให้เมื่อยหรอก รสชาติเดียวกับที่หิ้วมาจากฮ่องกงเลยทีเดียว...ฉันเคยไปตามหาร้านเป็ดย่างที่สิงคโปร์ตรงถนนเกลัง ที่รายการหนึ่งบอกว่าล้ำ เดินหาจนขาขวิด แต่พอได้ชิมเท่านั้นแหละ...เป็ดงี้หนังติดเนื้อแห้งยิ่งกว่าหนังอะไรที่เอาไว้เดิน ถ้ามันเป็นเป็ดตัวเมีย มันคงถูกตัวผู้เมิน ถึงได้แห้งอยู่ในตู้ เปิดขาย 24 ชั่วโมง เอ่อ... 48 ชั่วโมงก็ไม่มีใครว่านะ แต่ไม่มากินก็แค่นั้นแหละ (ถ้าอร่อยก็แล้วไป แต่ไม่อร่อยจะด่าให้ตายไปเลย!...ที่ตายน่ะฉัน เพราะคงโดนเตะตั้งแต่อ้าปากแล้ว)
เม้าท์เรื่องกินน่ะ ไม่จบไม่สิ้น แต่อย่าให้เม้าท์เรื่องผู้ชาย...ไม่อยากจะพูด…เอ่อ …ของขาดมานานแล้ว…’รมณ์เสีย!



