
"คมเลนส์ส่องพระ"ประจำวันอาทิตย์ที่30 สค.
*** ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ งานประกวดพระที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๓ สิงหาคม) จัดโดย ตำรวจภูธรภาค ๗ ท่ามกลางผู้ส่งพระเข้าประกวดอย่างเนืองแน่น อ้วน นครปฐม
ผู้ประสานงาน แจ้งว่า งานนี้ยอดเงินกว่า ๑๑ ล้านบาท เฉพาะค่าลงทะเบียน (ขายกล่องพระ) ได้ยอดเงินกว่า ๒.๗ ล้านบาท ขณะที่มีแผงพระวางขายกันถึง ๑,๘๕๐ แผง นับว่ามากเป็นประวัติการณ์
** ความยิ่งใหญ่ของงานนี้เป็นเพราะความศรัทธาเชื่อถือในคณะผู้จัดงาน คือ ตำรวจภูธรภาค ๗ โดย พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ และเจ้าหน้าที่ ตำรวจภูธรภาค ๗ ทั้งหลาย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยกันอย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมผู้ประสานงาน พล.ต.ต.ปราโมทย์ ไทรหอมหวล อ้วน นครปฐม วัฒน์ บางแค ยี่ บางแค หมึก ท่าพระจันทร์ ฟลุ๊ค โรงแรมเวล นครปฐม ฯลฯ
** และที่ถูกใจนักพระเครื่องมากที่สุดทั้งหลาย คือ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ พระสมเด็จ บางขุนพรหม รวมประวัติและภาพพระสมเด็จ ทั้งที่บรรจุกรุเจดีย์ใหญ่ พระกรุเจดีย์เล็ก และพระที่ทาง วัดใหม่อมตรส สร้างขึ้นในปี ๒๕๐๙ ซึ่งล้วนเป็น ภาพพระแท้ สวยคมชัดทุกองค์ เป็นคู่มือสำหรับศึกษา พระแท้ ได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดกระแสความต้องการหนังสือเล่มนี้กัน ผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลจึงต้องขอแบ่งซื้อจากผู้ที่ได้รับรางวัลหลายๆ เล่ม จนเกิดมีการซื้อขายกันถึงเล่มละ ๑,๐๐๐ บาท มาถึงวันนี้ราคาซื้อขายตามสนามพระแต่ละแห่งเล่มละ ๑,๕๐๐ บาท และมีแนวโน้มว่าแพงไปกว่า หากหนังสือที่วางแผงอยู่ในขณะนี้หมดไป
** "คมเลนส์ส่องพระ" ได้นำภาพบางส่วนจากหนังสือเล่มนี้ลงไปให้แล้วหลายองค์ วันนี้ขอนำมาให้ชมอีก ๑ องค์ คือ พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ เป็นพิมพ์ที่มีเฉพาะกรุบางขุนพรหม เท่านั้น ทางฝั่งวัดระฆัง ไม่มี ** ต่อไปเป็น...รูปหล่อยอดนิยม ที่มีราคาแพงสุดของวงการพระ เช่าหากันที่หลักล้านขึ้นไป คือ รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ซึ่งมีอยู่ ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์นิยม และ พิมพ์ขี้ตา วันนี้มีภาพมาให้ชมพร้อมกัน ๒ องค์ องค์แรก พิมพ์นิยม ของ ป๋อง สุพรรณ องค์ที่ ๒ พิมพ์ขี้ตา ๔ ชาย ของ เกี๊ยก ทวีทรัพย์
** ที่เรียกว่า พิมพ์ขี้ตา ก็เพราะว่า ที่ขอบตาล่างทั้งซ้ายและขวา มีเศษโลหะเล็กๆ ปรากฏอยู่ ดูเหมือนกับ ขี้ตา นั่นเอง ** รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา แยกเป็น พิมพ์ ๓ ชาย ๔ ชาย และ ๕ ชาย โดยดูจาก ชายจีวร ซึ่งเป็นเส้นๆ อยู่ที่หน้าอกหลวงพ่อเป็นหลักในการพิจารณา ** พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม สร้างด้วยวิธีเททองหล่อโบราณ แบบพระกริ่ง คือ มีช่อชนวน ใน ๑ ช่อมีพระหลายๆ องค์ เมื่อตัดองค์พระออกจากช่อแล้ว จะมีรอยตัดอยู่ที่ใต้ฐานองค์พระ ดังภาพที่เห็นในหน้านี้
** ส่วน พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา เป็นการเททองหล่อทีละองค์ โดยหยอดน้ำโลหะเหลวลงทางด้านฐานเบ้าพิมพ์องค์พระ ซึ่งเอาด้านเศียรลงล่าง เมื่อน้ำโลหะเหลวเย็นลงแล้ว ก็จะทุบเบ้าพิมพ์ซึ่งเป็นดินให้แตก เอาองค์พระออกมา เรียกว่า พิมพ์เบ้าทุบ ด้านฐานองค์พระจึงไม่มีรอยตัด แต่อาจจะมีรอยแต่งด้วยตะไบ เพราะใต้ฐานไม่ราบเรียบเสมอกัน ตามแต่น้ำทองที่เทลงไปมากหรือน้อย ไม่เท่ากัน หากน้ำทองมากเกินไป ใต้ฐานจะนูนขึ้น ต้องตะไบออก และหากน้ำทองน้อยเกินไป ใต้ฐานจะเป็นแอ่งลงเล็กน้อย
** ในวงการพระ และนักสะสม มีความเชื่อกันว่า พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม เป็นการสร้างโดยช่างฝีมืออาชีพ จากบ้านช่างหล่อ พรานนก ธนบุรี ส่วน พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา เป็นสร้างโดยช่างฝีมือชาวบ้านในท้องถิ่น ดังนั้น ความสวยงามคมชัด จึงย่อมแตกต่างกัน รวมทั้งราคาเช่าหา หากเป็นพระสวยพอๆ กัน พิมพ์นิยม จะมีราคาสูงกว่า พิมพ์ขี้ตา มากพอสมควร แต่ก็เป็นเงินล้านขึ้นไปทั้ง ๒ พิมพ์ ** พระหลวงพ่อเงิน ทั้ง ๒ องค์ ๒ พิมพ์ ที่เห็นในวันนี้ ถือว่าเป็น พระสวยสมบูรณ์คมชัดจริงๆ พระสวยระดับนี้ แม้มีเงินล้านก็ใช่ว่าจะหาเช่าได้ง่ายๆ หาก บุญน้อย หรือ ใจไม่ถึง
** พระหลวงพ่อทวด รุ่นเลขใต้ฐาน สร้างโดย ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา เมื่อช่วงปี ๒๕๐๕ ซึ่งท่านไปรับราชการเป็นผู้พิพากษาอยู่ที่ศาลจังหวัดเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ได้สร้างพระรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อถวาย วัดพุทธาธิวาส อันเป็นวัดใหญ่ประจำท้องถิ่นนี้
**โดยเอารูปแบบของ รูปเหมือนสมเด็จฯ โต วัดระฆัง เป็นตัวอย่าง พระหลวงพ่อทวด รุ่นนี้จึง ไม่มีบัว รองรับ เหมือนกับ พระหลวงพ่อทวด รุ่นอื่นๆ ** พระหลวงพ่อทวด รุ่นเลขใต้ฐาน สร้างด้วยวิธีเททองหล่อแบบโบราณ เป็นช่อๆ แบบพระกริ่ง จำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ ทุกองค์มีหมายเลขกำกับ เป็นตัวเลขอารบิก ตอกอยู่ใต้ฐาน เรียงกันตั้งแต่ 1 ถึง 999 (และมีองค์ที่เผื่อเสียอีกเล็กน้อย ซึ่งไม่มีตัวเลขกำกับ แต่มีจำนวนน้อยมาก) ด้วยเหตุที่มีตัวเลขตอกอยู่ใต้ฐาน จึงเรียกว่า รุ่นเลขใต้ฐาน หรือ รุ่นเบตง เพราะออกที่วัดโพธาธิวาส อ.เบตง นั่นเอง องค์ในภาพนี้ หมายเลข 404 ของ เช็ง สุพรรณ
** ปัจจุบัน พระหลวงพ่อทวด รุ่นเลขใต้ฐาน มีเช่าหากันที่หลายแสนบาท โดยเฉพาะองค์ที่มีตัวเลขตอง หรือเลขสวยอื่นๆ พระหลวงพ่อทวด รุ่นนี้ ส่วนใหญ่จะมีผิวแดงๆ ติดอยู่ประปราย โดยเฉพาะในซอกลึกๆ ซึ่ง อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งและรูปหล่อพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าบอกว่า สิ่งที่เห็นนี้ คือ ยาขัดโลหะ ที่นำมาใช้ในวงการพระกริ่ง และรูปหล่อพระเกจิอาจารย์สมัยก่อน เป็นยาขัดที่นำเข้ามาจากเยอรมนี มีทั้งแบบสีแดง และแบบสีดำ ในองค์ พระหลวงพ่อทวด รุ่นเบตง ใช้ยาขัด สีแดง ใช้ขัดเมื่อนำองค์พระออกมาจากเบ้าพิมพ์แล้ว องค์พระจะมีเม็ดผดเล็กๆ ติดอยู่บนผิวพระ จึงต้องขัดผิวพระด้วยยานี้ด้วยมือ แต่ในซอกลึกๆ ขององค์พระไม่สามารถขัดถึง จึงทำให้มียาขัดสีแดงติดอยู่ กลายเป็น เอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของ พระหลวงพ่อทวด รุ่นนี้ นอกจากนี้ ตัวเลข (อารบิก) ที่ตอกไว้ใต้ฐาน ก็เป็นจุดสำคัญหนึ่งในการพิจารณาพระแท้พระปลอมได้เป็นอย่างดี เพราะโค้ดตัวเลขอารบิกนี้ ของเดิมไม่มีแล้ว ในขณะที่ พระปลอม ตัวเลขจะไม่เหมือนกับ พระแท้ แตกต่างกันมากมาย ในโอกาสหน้าจะหา ตัวเลข ตั้งแต่เลข 0 ถึง 9 มาให้ชมเป็นวิทยาทาน เพราะในตัวเลขแต่ละตัว มีจุดตำหนิ ที่ไม่เหมือนกัน และเป็นจุดศึกษาได้เป็นอย่างดี
** พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน รุ่นแรก วัดช้างให้ ปี ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ ในทุกวันนี้เช่าหากันหลายแสนบาท ไปจนถึงหลักล้านก็มี และมีทีท่าว่าจะไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้ ในชั่วโมงนี้จึงมีหลายท่าน หันไปสะสม พิมพ์กลาง พิมพ์ต้อ กันบ้างแล้ว เพราะราคาไม่ดุเดือดเท่ากับ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์พระรอด หน้าใหญ่ มากนัก แต่วันนี้ได้ภาพ พิมพ์พระรอด หน้าเล็ก ชะลูด เป็นพิมพ์ที่หายาก เพราะมีน้อย และน่าสนใจมาก เพราะราคาเพียงแสนเศษเท่านั้น องค์นี้เป็นพระของ วิจิตร ปิยะศิริโสฬส (แพะ สงขลา) ผู้ชำนาญ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ โดยเฉพาะเท่านั้น ด้วยความคิดเห็นว่า คนเราหากชำนาญอย่างหนึ่งอย่างใดให้แตกฉานจริงๆ ย่อมเอาตัวรอดได้เหมือนกัน
** แพะ สงขลา บอกว่า ที่เรียก พระหลวงพ่อทวด พิมพ์นี้ว่า พิมพ์พระรอด เพราะมี ขนาด องค์พระเหมือนกับ พระรอด กรุวัดมหาวัน ซึ่งมีทั้ง หน้าใหญ่ (ราคาแพงมาก) และ หน้าเล็ก (ราคาย่อมลงมาหน่อย) ส่วนองค์ที่เห็นนี้มีคำว่า ชะลูด ต่อท้ายก็เพราะองค์พระมีลักษณะสูงยาวชะลูดนั่นเอง พระพิมพ์นี้สมัยก่อนไม่ค่อยมีคนสนใจ เพราะความสวยงามอาจจะด้อยไปกว่าพิมพ์อื่นๆ ทำให้มีราคาเช่าหาถูกกว่า แต่ในทุกวันนี้ พระพิมพ์อื่นๆ มีราคาแพงมาก หลายคนจึงสนใจพระพิมพ์ขึ้นมาแทน โดยเฉพาะองค์ที่เห็นนี้ เนื้อว่าน ดูง่ายมาก มีรอยปิดทองเก่า ซึ่งเป็นความนิยมของคนสมัยก่อน ที่ได้รับคำสอนจาก พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ว่าให้ปิดทองที่องค์พระก่อนจะนำไปใช้ติดตัว ชาวบ้านสมัยนั้นจึงเอากระเทียมทาผิวพระ แล้วปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวลงไป พอเวลาล่วงเลยมานานปี รอยกระเทียมที่ผิวพระจะปรากฏเป็นสีเขียวดังที่เห็นในพระองค์นี้
** เหรียญหลวงพ่อทวด ย้อนยุครุ่น เลื่อนสมณศักดิ์ หลัง พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี และ เหรียญรูปไข่ "ไ" หลัง พ่อท่านเขียว รุ่น บารมี ๘๑ ทั้งชนิดเนื้อทองแดง และ เนื้อพิเศษต่างๆ ซึ่งสร้างจำนวนน้อย สนใจติดต่อเช่าบูชาได้ที่ สนง.นิตยสาร สุดยอดพระเครื่อง ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน (หน้าร้านอาหารสามสลึง) โทร.๐-๒๙๕๓-๖๓๙๕, ๐๘-๐๕๕๘-๖๐๓๑, ๐๘-๑๔๔๖-๐๙๗๖, ๐๘-๑๕๓๖-๙๙๐๒
** วางตลาดแล้ว นิตยสาร สยามอะมูเล็ท ฉบับใหม่ปก พระสมเด็จ เกศไชโย พร้อมกับเรื่องในฉบับ อ่านเรื่อง พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เหรียญ ร.๕ ครูบาคำอ้าย วัดบุญเรือง ดอกคำใต้ จ.พะเยา เสือหลวงพ่อปาน พระดีศรีอีสาน ภาพมีปัญหา "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" โดย ม.ร.ว.อภิเดช อาภากร ฯลฯ สอบถาม กอง บก.โทร.๐-๒๔๑๖-๙๑๔๕
** หนังสือรวมประวัติ และภาพวัตถุมงคลของ หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร ที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด และถูกต้องที่สุด ซึ่งยังไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน สามารถใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง และยึดถือเป็นตำราในการศึกษาได้เป็นอย่างดี ปกแข็ง พิมพ์สี่สี ด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี หนากว่า ๒๐๐ หน้า เล่มละ ๑,๕๐๐ บาท จัดทำโดย ตะวัน บุรพพงษานนท์ (หมี เมืองทอง) เฉลิมพล แซ่เอ็ง (เซี้ยง หล่มสัก) มีขายแล้วตามสนามพระทุกแห่ง หรือสอบถามได้ที่โทร.๐๘-๑๗๗๗-๗๐๙๕, ๐๘-๑๘๔๔-๓๒๔๗
** ท่านที่ชอบ หมอดู พยากรณ์ชะตาชีวิต พรุ่งนี้ หมอมดแดง จาก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จะเดินทางมาบริการดูหมอจาก ลายเท้า ตำราอาจารย์ชาวกะเหรี่ยง ณ บ้านลูกศิษย์ แถวสวนสยาม ถนนเสรีไทย เดือนก่อนมาหนหนึ่งแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นให้ดูกันอย่างคับคั่ง ต่างบอกตรงกันว่า แม่นมาก จึงขอให้ หมอมดแดง (หมอดูลายเท้า) มาดูให้คนอื่นๆ อีก สอบถามได้ที่โทร.๐-๒๙๑๙-๙๕๖๓, ๐๘-๖๓๒๒-๑๒๘๒, ๐๘-๑๗๕๓-๔๘๕๗ คำพยากรณ์จะบันทึกเสียงเทปคาสเซต ** พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***
0 แล่ม จันท์พิศาโล 0



