ไลฟ์สไตล์

ลัดฟ้าเปิดตลาดสินค้าไทยในหนิงเซี่ยแหล่งส่งออกใหม่อาหารฮาลาล-ผลไม้

ลัดฟ้าเปิดตลาดสินค้าไทยในหนิงเซี่ยแหล่งส่งออกใหม่อาหารฮาลาล-ผลไม้

30 ส.ค. 2552

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน "ไชน่า (หนิงเซี่ย) อินเตอร์เนชั่นแนล เทรด แอนด์ อินเวสเมนท์ แฟร์ 2009" หรือ China (Ningxia) International Trade and Investment Fair 2009 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม 2552 ณ นครอิ๋นชวน มณฑลหนิงเซี่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน และ

งานถูกจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอาคารสามชั้น ภายในงานมีการออกบูธผลิตภัณฑ์ของประเทศต่างๆ อาทิ พืชผลทางการเกษตร อาหารฮาลาล อาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งรัฐบาลมณฑลหนิงเซี่ยจัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2549 และปี 2552 ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งมีนักธุรกิจจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ รวมถึงนักธุรกิจจากประเทศไทยเข้าร่วมงาน โดยประเทศไทย มีจัดบูธแสดงสินค้าเกือบ 20 บูธ และในโอกาสนี้ได้มีการทำพิธีเปิดศูนย์กระจายสินค้าไทย หรือ ไทยดีซี (Thai DC) ที่นครอิ๋นชวน ซึ่งถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าต่างชาติศูนย์แรกของต่างชาติในมณฑลหนิงเซี่ย

 สำหรับสินค้าที่นักธุรกิจไทยนำไปออกบูธในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาลที่แปรรูปจากผลผลิตทางภาคเกษตร อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และสินค้าภาคเกษตรจำพวกผลไม้

 มณฑลหนิงเซี่ยนั้น ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน และทิศตะวันตกของปักกิ่ง การเดินทางจากประเทศไทยสามารถขึ้นเครื่องบินมาลงที่เฉิงตู, กรุงเทพฯ-ซีอาน, กรุงเทพฯ-คุนหมิง และต่อเครื่องบินในประเทศมาที่เมืองอิ๋นชวน (สนามบินเหอตง)

 สะดวกที่สุดคือนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาลงที่ปักกิ่ง (ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 50 นาที) แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศมาเมืองอิ๋นชวน (ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที) เนื่องจากมีจำนวนเที่ยวบินจากปักกิ่งมากกว่า โดยสนามบินเหอตงอยู่ห่างจากนครอิ๋นชวน 19 กิโลเมตร

 หนิงเซี่ย มีพื้นที่ทั้งหมด 66,400 ตารางกิโลเมตร มีประชากรในเขตปกครองฯ 6.18 ล้านคน มีชาวหุย (คนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม) 35.8% และเป็น 1 ใน 5 เขตปกครองตนเองในจีนที่มีชนกลุ่มน้อยดูแลตัวเอง เมืองเอกคือนครอิ๋นชวน นับเป็นมณฑลที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลจีนให้เป็นแหล่งผลิตสินค้าอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

 ปัจจุบันนับเป็นตลาดอาหารที่มีศักยภาพสูง และได้พัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าฮาลาลมากมาย เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ สิ่งทอขนแพะแคชเมียร์ โดยเฉพาะเนื้อแกะทานหยางถือเป็นสินค้ามีชื่อเสียงระดับประเทศ ส่วนอุตสาหกรรมการแปรรูปแคชเมียร์ในหนิงเซี่ย นับเป็นเขตผลิตขนแพะดิบใหญ่ที่สุดของจีน

 นอกจากนี้หนิงเซี่ยยังมีภาคเกษตรที่แข็งแกร่ง และได้รับการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรมจากภาครัฐ 11 ประเภท เช่น เก๋ากี้ มันฝรั่ง วัวนม เนื้อแกะ เนื้อโค แตงโม พุทรา ปลาน้ำจืด ขนแพะ และองุ่น มีอุตสาหกรรมแปรรูปจากเก๋ากี้มากมาย เช่น กาแฟเก๋ากี้ เก๋ากี้แคปซูล เหล้าเก๋ากี้ ในแต่ละปีมีการส่งออกผลิตภัณพ์ทางการเกษตรสู่มณฑลทางภาคตะวันออกของจีน ฮ่องกง และต่างประเทศ (ที่มา: www.thaibizchina.com <http://www.thaibizchina.com> ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง)

 พีรพล ตริยะเกษม ประธานบริษัท โอเอ็มซี กรุ๊ป และที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะผู้ประสานงาน บอกว่า หนิงเซียะเป็นแหล่งใหม่ในด้านการตลาดสินค้าไทย ที่รัฐบาลและภาคเอกชนไทยกำลังเดินทางเพื่อที่จะไปสร้างการตลาดที่มั่นคง โดยเฉพาะให้แก่พี่น้องใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีตลาดในการจำหน่ายผลิตผลทั้งที่เป็นสินค้าอาหารสำเร็จรูปฮาลาลและสินค้าทางการเกษตร

 "เมื่อสองเดือนก่อนทางท่านหวาง เจิ้งเหว่ย ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ได้เดินทางไปต่างประเทศ ขากลับแวะที่กรุงเทพฯ และได้มีโอกาสพบกับสมาคมมิตรภาพ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ของไทย จึงได้เจรจาถึงความคืบหน้าในการก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทย ซึ่งศูนย์กระจายสินค้าที่รัฐบาลหนิงเซี่ย เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ทั้งสถานที่ บุคลากร เราไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย แต่ต้องใช้ชื่อเอกชน เงื่อนไขของความสำเร็จอยู่ตรงที่เราจะต้องมีสินค้าผลไม้ไทยเข้ามา...สรุปเขาบอกว่าต้องการซื้อผลไม้จากเราประมาณเดือนละ 200 ตัน และได้ติดต่อกับเครื่องบินที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งพร้อมที่จะทำชาร์เตอร์ไฟลท์ จากหนิงเซี่ยเข้าไปที่เมืองไทย เพื่อรับสินค้ากลับมา โดยเฉพาะพวกผลไม้ ซึ่งตอนนี้เราส่งผลไม้เข้าจีนคือ มังคุด ทุเรียน และเงาะ ส่วนลองกองยังไม่นิยมเท่าที่ควร" พีรพล กล่าว

 ส่วนเป้าหมายของศูนย์กระจายสินค้าไทย คือเป็นตัวกระจายสินค้าไทยเข้าไปในซูเปอร์มาเก็ตต่างๆ หากนักธุรกิจไทยต้องการเข้ามาที่หนิงเซี่ย ในเบื้องต้นขอให้ผ่านทางศูนย์กระจายสินค้า เพราะรัฐบาลหนิงเซี่ยจะไม่รับโดยตรง แต่ให้ผ่านทางบริษัท โอเอ็มซี อินเตอร์เทรดในเครือ โอเอ็ม กรุ๊ป โดยรัฐบาลหนิงเซี่ยคาดหวังคือ

 1) เกิดความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนสินค้าฮาลาล น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะภาคใต้ของไทยได้ประโยชน์ 2) ถ้ามีการสร้างการลงทุนเรื่องสินค้าฮาลาล จะทำให้คนมุสลิมมีอาชีพเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้อาชีพมุสลิมจริงๆ คืออาชีพเกษตรกรรม ถ้าสินค้าเกษตรมีปริมาณมากขึ้น คนของเขาก็ดีขึ้น

 "วันนี้เขาหวังจะร่วมมือกับเรา การร่วมมือจะมีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเขา มีผลต่อการที่เขาจะเพิ่มจีดีพีด้วย" ประธานบริษัท โอเอ็มซี กรุ๊ป กล่าว

 ด้าน เจ๋า เซี่ยว ผิง รองผู้ว่าการเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย กล่าวว่าในปีหน้า หนิงเซี่ยจะสร้างแหล่งผลิตและศูนย์กระจายสินค้าอาหารฮาลาลในมาเลเซีย  หวังว่านักลงทุนไทยที่มาเยือนหนิงเซี่ย และร่วมงานแฟร์ในครั้งนี้ จะเล็งเห็นโอกาสและมาร่วมทำธุรกิจลงทุนในอนาคตต่อไป

 นับเป็นความหวังใหม่ในการส่งออกอาหารฮาลาล และสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อันเป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลของชาวไทยมุสลิมโดยตรงนั่นเอง

 ชีราซ