แหล่งใหม่หาคู่นอนของกลุ่ม “ชายรักชาย”
ผลศึกษาชี้ช่วง 10 ปีแหล่งหาคู่นอนของชายรักชายเปลี่ยน นิยมอินเตอร์เน็ตมากกว่าซาวน่า-ผับบาร์ ห่วงเสี่ยงเอดส์ -โรคจากเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยพวงชมพู ประเสริฐ
นักวิจัย ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงของสถานที่พบคู่นอนของชายมีเพศสัมพันธ์กับชายกรุงเทพฯ ประเทศไทย 2549-25559” ในการสัมมนาระดับชาติ เรื่อง โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม 2560ว่า ที่ผ่านมาเคยมีการสำรวจในกรุงเทพฯระบุสถานที่พบคู่นอน ได้แก่ โรงเรียน ร้านนวด ซาวน่า ผับ/บาร์/ร้านอาหาร และสวนสาธารณะ
การศึกษาครั้งนี้จึงจะเป็นการสำรวจการเปลี่ยนแปลงของสถานที่พบคู่นอนชั่วคราวของผู้เข้าร่วมการศึกษาแบบติดตามชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กรุงเทพมหานครตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ กันยายน 2549 ถึง กุมภาพันธ์ 2559 ติดตามทุก 4 เดือน ผู้เข้าร่วมเป็นชายมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แต่ละครั้งของการติดตามจะให้มีการตอบแบบสอบถามด้วยตนเองผ่านคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการมีคู่นอนชั่วคราวและสถานที่พบคู่นอนชั่วคราว โดยเลือกสถานที่ที่ถูกเลือกตอบมากกว่าร้อยละ 25 ตลอดระยะเวลาการศึกษา มีผู้เข้าร่วมการศึกษา1,744 คน ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีรายงานการมีคู่นอนชั่วคราว 12,726 ครั้ง และมีรายงานที่ระบุสถานที่พบคู่นอน 12,726 ครั้ง
ผลการศึกษา พบว่า สถานที่หลักพบคู่นอน 8 อันดับแรก ได้แก่ อินเตอร์เน็ต ร้อยละ 48 ซาวน่า ร้อยละ 46 ดิสโก้/ผับ ร้อยละ 29 ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 16 สวนสาธารณะและสถานออกกำลังกายเท่ากัน คือ ร้อยละ 14 โรงเรียน/ที่ทำงาน ร้อยละ 12 และร้านอาหาร ร้อยละ 4 เมื่อนำสถานที่ 3 อันดับแรกมาวิเคราะห์เพิ่มเติม เมื่อเปรียบเทียบตามไตรมาสของปฏิทิน พบว่า การพบคู่นอนชั่วคราวบนอินเตอร์เน็ต เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 โดยผู้ที่พบคู่นอนแบบนี้จะมีอายุน้อยกว่า 29 ปี การศึกษาต่ำกว่าหรือเทียบกับอุดมศึกษา กำลังศึกษาอยู่ ไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัว ระบุตัวตนว่าเป็นชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ในทางกลับกัน การรายงานการพบคู่นอนชั่วคราวที่ซาวน่าลดลงร้อยละ 3 และที่ดิสโก้/ผับ ลดลงร้อยละ 2
“ในช่วง 10 ปี จากการศึกษานี้ พบว่าชายมีเพศสัมพันธ์กับชายมีการพบคู่นอนชั่วคราวบนอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีการพบคู่นอนชั่วคราวในสถานที่ทางกายภาพแบบเดิม เช่น ซาวน่า ผับ ลดลง โดยชายอายุน้อย กำลังศึกษา หรือมีระดับการศึกษาต่ำกว่าอุดมศึกษา มักจะใช้อินเตอร์เน็ตในการหาคู่นอนชั่วคราวมากกว่า ส่วนชายอายุน้อย แต่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไป มักจะหาคู่นอนชั่วคราวที่ดิสโก้/ผับมากกว่า และชายอายุ 30 ปีขึ้นไป มักจะหาคู่นอนชั่วคราวที่ซาวน่า”นักวิจัยกล่าว
นักวิจัย กล่าวอีกว่า การที่สามารถระบุสถานที่พบคู่นอนชั่วคสถานราวของชายมีเพศสัมพันธ์กับชายในกรุงเทพฯได้ ก็จะช่วยให้สามารถเข้าไปทำงานเพื่อแทรกแซงหรือให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือการป้องกันตนเองอื่นๆกับกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น รู้ว่าเขาพบคู่กันที่ผับบาร์ หรือซาวน่าก็จะได้เข้าไปแจกถุงยางอนามัยหรือทำกิจกรรมในการให้ข้อมูลความรู้บริเวณด้านหน้าสถานที่นั้นๆได้ เป็นต้น โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมาว่าผู้ใช้เฟซบุ๊คในประเทศไทยมีการระบุตัวตนว่าเป็นเกย์มากที่สุดในเอเชีย
“เมื่อสถานที่พบคู่นอนชั่วคราวของชายมีเพศสัมพันธ์กับชายเปลี่ยนจากสถานที่ที่มีกายภาพมาเป็นอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันก็มีทั้งแอพพิลิเคชั่นที่ให้บริการ หรือการสร้างกลุ่มเฉพาะในเฟซบุ๊คหลากหลายมาก ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น เพราะการที่หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆจะเข้าไปให้ความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง หรือการแจกอุปกรณ์ในการป้องกันก็จะทำกันได้ยากขึ้น เพราะไม่รู้จะไปแจกเขาที่ไหน เพราะอยู่ในโลกของออนไลน์ บวกกับกลุ่มที่หาคู่ทางอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองมาแล้วมากน้อยแค่ไหน ก็จะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้น องค์กรที่ทำงานด้านนี้ต้องเข้าให้ถึงและทันต่สถานการณ์จำเป็นต้องผลิตสื่อที่เป็นสื่อทางอินเตอร์เน็ตในการให้อข้อมูลและต้องทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย แทนรูปแบบเดิมๆที่เคยดำเนินการมา”นักวิจัยกล่าว
อนึ่ง สถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย จากการคาดประมาณการณ จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ปี 2559 จำนวน 426,999 คน เสียชีวิต 16,122 คน และมีติดเชื้อรายใหม่ 6,304คน



