ไลฟ์สไตล์

มั่นใจ มรภ.ตอบโจทย์เด็กที่อยากเรียนพื้นที่ใกล้บ้าน

มั่นใจ มรภ.ตอบโจทย์เด็กที่อยากเรียนพื้นที่ใกล้บ้าน

07 มี.ค. 2560

ประธานทปอ.มรภ.เผยภาพรวมการรับนักศึกษา ปี 60 ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ชี้มรภ.ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ตรงกับความต้องการผู้เรียนที่อยากเรียนพื้นที่ใกล้บ้าน

ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยู่ระหว่างการรับสมัครเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560 โดยยังคงระบบการรับแบบเดิม ส่วนการรับระบบใหม่ทั้งหมด 5 รอบ คือ รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) โดยไม่มีการสอบข้อเขียน รอบที่ 2 การรับแบบโควตาที่มีการสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติ ให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรง รอบที่3 การรับสมัครตรงร่วมกัน โดย ทปอ. เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนเลือกได้ 4 สาขาวิชา โดยไม่มีลำดับ สถาบันอุดมศึกษาจัดให้มีการสอบกลาง ซึ่งเป็นจัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) รอบที่ 4 การรับแบบแอดมิชชั่น สำหรับนักเรียนทั่วไป จะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2561

รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) วไลยอลงกรณ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ( ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม มรภ. เริ่มรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560 ในระบบรับตรงและโควตาพิเศษแล้ว เบื้องต้น ตัวเลขการรับนักศึกษาของกลุ่ม มรภ. ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก มรภ.ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ยังมีความต้องการ เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ใกล้กับภูมิลำเนา 

ส่วนการที่มหาวิทยาลัยรัฐ หรือ มหาวิทยาลัยในกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีการเปิดสาขาใหม่และรับนักศึกษาเข้าเรียนเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลกระทบ ทำให้จำนวนรับนักศึกษามรภ. ลดลงหรือไม่นั้น ส่วนตัวคงตอบไม่ได้ แต่ภายหลังการรับนักศึกษาเข้าเรียนในปีการศึกษา 2560 เสร็จสิ้น จะนำตัวเลขการรับนักศึกษาของกลุ่ม มรภ. ทุกแห่ง มาวิเคราะห์ หากพบว่าตัวเลขการรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อลดลง อย่างเห็นได้ชัด ก็จะต้องมีการปรับปรุงการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ทั้งนี้ การรับนักศึกษาเข้าเรียนระบบใหม่ ร่วมกับ ทปอ. นั้นจะเริ่มในปีการศึกษา 2561 ซึ่งในส่วนของมรภ. ชัดเจนแล้วว่าจะเข้าร่วม เฉพาะการรับเด็กระบบโควตา และรับตรง ซึ่งจะต้องมีการหารือ เตรียมความพร้อมอีกครั้ง

 “ภาพรวมตัวเลขการรับนักศึกษาเข้าเรียนของกลุ่มมรภ. ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต้องรอดูตัวเลขการรับนักศึกษาเข้าเรียนปี 2560 ก่อน  หากตัวเลขเด็กลดลง ก็จะต้องหารือ จัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ทั้งการปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน ลดการเรียนแบบให้เด็กจดเล็กเชอร์ลง ให้เด็กได้เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ผ่านการปฏิบัติจริงมากขึ้น ส่วนการความคืบหน้าการปรับปรุงหลักสูตร ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ นั้น ต้องรอความชัดเจน ด้านนโยบายจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก่อน  ซึ่งเท่าที่ดูจะเน้นที่ผลผลิต และคุณภาพบัณฑิตเป็นหลัก โดยต่อไป หากมีการสอบเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด การจัดการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย”รศ.ดร.สมบัติ กล่าว

รศ.ดร.สมบัติ กล่าวต่อไปว่า  ส่วนการผลิตครูนั้น ส่วนตัวเห็นว่า ควรจะมีทั้งระบบปิดและระบบเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีสิทธิเลือก เพราะทุกวันนี้ ผู้ที่เรียนจบจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ก็สามารถไปทำอาชีพอื่นได้  ส่วนการเปิด ปิดภาคเรียนนั้น ทางทปอ. มรภ. ยืนยันยังคงเปิด  ปิดภาคเรียนตามกลุ่มประเทศอาเซียนเช่นเดิม เพราะหากปรับไปเปิดในเดือนมิถุนายนเช่นเดิม ก็จะไปชนกับการรับนักศึกษาเข้าเรียน ในสถาบันอุดมศึกษา