ไลฟ์สไตล์

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกครั้งแรกของไทย

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกครั้งแรกของไทย

07 มี.ค. 2560

ไข้เลือดออกเป็นอีกหนึ่งมหันตภัยร้ายที่สร้างภาระและปัญหาในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มานานกว่า 5 ทศวรรษ

    ประชากรกว่าครึ่งโลกล้วนอาศัยอยู่ในเขตที่ไข้เลือดออกสามารถระบาดได้ นอกจากนี้ในแต่ละปีพบว่ามีผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกทั่วโลกกว่า 400 ล้านราย โดยแนวโน้มการระบาดของไข้เลือดออกนั้นเพิ่มมากขึ้นถึง 30 เท่าในระยะเวลา 50 ปี และแต่ละปีทั่วโลกต้องสูญเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 3 แสนล้านบาทในการรักษาไข้เลือดออก

        แต่จากความพยายามของนักวิจัยในหลายประเทศทั่วโลกเพื่อหาวิธีป้องกันไข้เลือดออก ล่าสุดได้มีการจดทะเบียนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแล้วใน 14 ประเทศ โดยประเทศไทยได้รับการจดทะเบียนและอนุมัติให้ใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2559ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย และ รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย จึงได้นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิดแรกของโลก มาเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไป รวมถึงคุณแม่และผู้ปกครอง โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการป้องกัน

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกครั้งแรกของไทย

     ศ.แพทย์หญิงอุษา ทิสยากร และ รศ.(พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ 

  วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกได้จริงหรือ

       “เนื่องจากไวรัสไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ นักวิจัยจำเป็นต้องคิดค้นวัคซีนให้สามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ครบทั้ง 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายนักวิจัยเป็นอย่างมากแต่ก็สามารถทำได้สำเร็จแล้ว สาเหตุที่ต้องทำให้ครบทั้งสี่สายพันธุ์เพราะเราไม่สามารถทราบได้ว่าสายพันธุ์ใดจะกลับมาระบาดในช่วงใดบ้าง จากการทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 40,000คน ใน 15 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย พบว่าวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสามารถป้องกันไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ได้เกินครึ่งคือ 65.6%ช่วยป้องกันการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ 80.8%และป้องกันการเกิดไข้เลือดออกแบบร้ายแรงได้ถึง 93.2 แม้จะยังไม่ครบทั้งหมด 100%แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรที่จะช่วยป้องกันให้คุณได้เลย”ศ.พญ.อุษา ทิสยากร กล่าว

 

      ไข้เลือดออกไม่ใช่โรคของเด็กเท่านั้น

      ศ.พญ.อุษา กล่าวว่า“นอกจากเด็กแล้ว ผู้ใหญ่เองก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร โดยประชากรผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นในขณะที่มีเด็กเกิดน้อยลง จึงมีแนวโน้มที่มีผู้เป็นไข้เลือดออกในช่วงอายุที่มากขึ้น เราจำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าไข้เลือดออกเป็นโรคของเด็ก

       เพราะในความเป็นจริงไข้เลือดออกนั้นเป็นโรคที่ติดเชื้อกันได้ทุกวัย อย่างไรก็ตามในประเทศไทยอนุมัติให้ใช้วัคซีนไข้เลือดออกได้ในช่วงอายุ 9-45 ปี และยังมีผลการวิจัยที่บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพการป้องกันของวัคซีนที่ฉีดให้ในผู้ใหญ่หรือช่วงอายุ 16-45 ปีนั้น ได้ผลดีกว่าหรือเท่ากับเด็กช่วงอายุ 9-16 ปีอีกด้วย

     วัคซีนไข้เลือดออก ปลอดภัยแค่ไหน

        วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อตัวเป็น โดยการนำเชื้อไข้เลือดออกที่ยังมีฤทธิ์มาทำให้อ่อนฤทธิ์ลงเพื่อให้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อโรคนั้นๆ ได้ โดยวัคซีนนี้ประกอบด้วยเชื้อไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ เมื่อฉีดเชื้อเข้าไปจึงสามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ครบทั้ง 4 สายพันธุ์ และวัคซีนตัวนี้กำหนดให้มีการฉีดทั้งหมด3ครั้ง เว้นระยะ 6 เดือนและ 12 เดือนตามลำดับ โดยการฉีดแต่ละครั้งจะทำให้การป้องกันโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

           รศ.นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์ อธิบายว่า“ที่น่าสนใจคือ มีผลการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว เมื่อได้รับวัคซีนไข้เลือดออก สามารถป้องกันได้มากถึง 81.9%ต่างจากผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อนซึ่งพบว่าสามารถป้องกันได้ 52.5% เรื่องนี้อธิบายได้ว่า เนื่องจากวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเกิดจากการผสมกันระหว่างเชื้อไข้เหลืองกับเชื้อไข้เลือดออก

     จึงไม่ใช่วัคซีนที่เป็นเชื้อไข้เลือดออก 100%และเป็นเชื้อที่ไม่มีพิษ ต่างจากการติดเชื้อไข้เลือดออกสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งจากยุงลายซึ่งถือเป็นเชื้อมีพิษ 100%ผลการศึกษาดังกล่าวจึงพิสูจน์ให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ไม่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกและไม่ถือเป็นการติดเชื้อครั้งแรก จึงมีความปลอดภัย และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของไทยให้สามารถนำมาใช้ป้องกันไข้เลือดออกได้”

  

    ยิ่งเคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว วัคซีนยิ่งได้ผลดี

           รศ. นพ.ทวี กล่าวถึงความเชื่อที่ว่าหากเคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว การฉีดวัคซีนก็เปรียบเหมือนการติดเชื้อครั้งที่สองว่า“ความเชื่อเรื่องภาวะantibody-dependent enhancement (ADE)ซึ่งเป็นความเชื่อว่า หากร่างกายมีภูมิบางอย่างต่อเชื้อไข้เลือดออกมาแล้ว เมื่อมาเจอเชื้อไข้เลือดออกสายพันธุ์อื่นอีกครั้ง จะรวมกันกลายเป็นเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น ข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง จากการทำการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยในกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 30,000 รายเป็นระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมายังไม่พบเหตุการณ์ที่รุนแรงเลย ในทางกลับกัน ผลวิจัยพบว่า เมื่อฉีดวัคซีนในผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนแล้ว วัคซีนกลับยิ่งช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้นอีกด้วย”

         อย่างไรก็ตาม ศ.พญ.อุษา และ รศ. นพ.ทวี ยังได้กล่าวสรุปไว้ว่า“แม้จะมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแล้ว แต่ทุกคนก็ยังต้องร่วมมือกันป้องกันไข้เลือดออกด้วยวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะเรื่องการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และประเทศไทยควรปฏิบัติตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก 5 ประการ ได้แก่ 1)ต้องวินิจฉัยโรคให้เร็วและทำการรักษาให้เร็วที่สุด2)ต้องมีระบบการเฝ้าระวังโรค เพราะแต่ละปีสายพันธุ์และการระบาดของไข้เลือดออกก็ต่างกันไป3)ต้องทำการควบคุมยุงโดยเริ่มจากที่บ้านและชุมชนของตนเอง 4)ถ้ามีวัคซีนโดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคไข้เลือดออกระบาดมากควรรีบคิดตัดสินใจว่า จะนำวัคซีนดังกล่าวมาใช้ในการช่วยป้องกันโรคหรือไม่ และ5)ต้องมีการทำวิจัยต่อไปอีก เพื่อให้ทุกอย่างมีการพัฒนาและดียิ่งๆ ขึ้นไป”