ไลฟ์สไตล์

ปริมประภา เจริญสุข นศ.ได้ทุนไปเรียนจีน

ปริมประภา เจริญสุข นศ.ได้ทุนไปเรียนจีน

05 มี.ค. 2560

ปริมประภา เจริญสุข นักศึกษาไทยผู้คว้ารางวัล “นักศึกษาต่างชาติดีเด่น” จากจีน

        “น้องปริม” ปริมประภา เจริญสุข เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ สาขาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยยูนนาน นอร์มัล สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีและ ม.ยูนนาน นอร์มัล ว่านักศึกษาไทยที่เรียนในสาขานี้จะเรียนปี ๑ – ๒ ที่ประเทศไทย และเรียนปี ๓ – ๔ ที่ประเทศจีน เพื่อให้ได้นักศึกษาภาษาจีนที่ครบเครื่องและผ่านประสบการณ์จากประเทศเจ้าของภาษาจริง ๆ

      น้องปริมเป็นสาวตรัง สนใจและหลงใหลวัฒนธรรมจีนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน ม.ปลายที่ รร.สภาราชินี ๒ จนทำให้ได้ทุนเป็น ๑ ใน ๔ ตัวแทนนักเรียนไทยไปใช้ชีวิตที่กวางโจวเป็นเวลา ๒ เดือน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-จีน การได้ทุนในครั้งนั้นยิ่งทำให้น้องปริมตระหนักตนมีความชอบในเรื่องภาษาและวัฒนธรรมจีนจริง ๆ เมื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยน้องปริมจึงเลือกเรียนสาขาภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

     “๒ ปีแรกหนูเรียนที่ประเทศไทยค่ะ ที่ราชภัฏสุราษฎร์ฯ นี่แหละ มหาวิทยาลัยจัดหาอาจารย์จีนเจ้าของภาษามาสอนให้เลยค่ะ ไม่ใช่เรียนแค่ภาษาจีนแต่เรียนทุกอย่างที่เกี่ยวกับจีน วัฒนธรรมจีน ประวัติศาสตร์จีน การเขียนพู่กันจีน”

    “พอถึงปี ๓ หนูก็ต้องไปเรียนที่จีนค่ะ ที่ ม.ยูนนาน นอร์มัล มณฑลยูนนาน ไปกันทั้งหมด ๒๖ คน พวกเราเป็นนักศึกษาไทยรุ่นที่ ๔ เพราะฉะนั้นเราก็จะรู้สึกอุ่นใจที่มีรุ่นพี่รุ่นที่ ๓ เรียนอยู่ที่โน่นแล้ว คอยดูแลให้คำปรึกษาพวกเรา นอกจากนี้ยังมีอาจารย์ประจำอยู่ที่จีน ๑ คน คือ ดร.ภูมิ พรหมพาหกุล ตอนนั้นอาจารย์อยู่ในช่วงทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกพอดี ทำให้อาจารย์ยุ่งมากแต่ก็แบ่งเวลามาดูแลพวกเราอยู่ตลอด อาจารย์เปรียบเสมือนพ่อของนักเรียนไทยที่นั่นทุกคนเลยค่ะ และมี อ.อุมา สินธุเศรษฐ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งที่ประจำอยู่ที่ประเทศไทย แต่พวกเราจะแชตคุยปรึกษาหารือกับอาจารย์ตลอด จนรู้สึกเหมือนอาจารย์อยู่กับพวกเราที่จีนเลยค่ะ”

     เมื่อถามถึงการปรับตัว น้องปริมบอกว่าไม่ยากเพราะ ๒ ปีแรกที่เรียนในไทยเหมือนการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ประกอบกับได้เพื่อนนักศึกษาชาวจีนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจมาก ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ ขอให้ช่วยอะไรจะได้รับความช่วยเหลือทันที เช่น เจ็บป่วยไม่สบายก็พาไปโรงพยาบาล การบ้านไม่เข้าใจก็สอนให้ การเรียนก็ติวให้ นับว่าโชคดีมาก ๆ ที่ได้เพื่อนดี

       “จริง ๆ แล้วตอนไปใหม่ ๆ ก็คิดถึงบ้านมากค่ะ แต่หลัง ๆ เริ่มสนุก เริ่มไม่อยากกลับบ้านแล้ว (หัวเราะ) โชคดีที่เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้คนไกลรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กันได้ หนูใช้วิธีให้พ่อกับแม่ลงแอพพลิเคชั่นวีแชต แล้ววิดีโอคอลคุยกันวันละครั้งสองครั้ง ก็หายคิดถึงหายเป็นห่วงไปได้ค่ะ”

       น้องปริมบอกว่าตอนแรกนักเรียนไทยก็รู้สึกอึดอัดเพราะที่จีนไม่สามารถใช้ไลน์ ยูทูป เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์หรือแม้แต่กูเกิ้ลได้ คนจีนส่วนใหญ่จะใช้วีแชตหรือไม่ก็ “คิวคิว” แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิวคิว เปรียบเสมือนเฟซบุ๊กของจีน ใช้สำหรับแชตและโพสต์รูป คนจีนใช้กันอย่างแพร่หลาย การสมัครอะไรหลาย ๆ อย่างก็ต้องสมัครผ่านคิวคิว

      น้องปริมคว้ารางวัลมากมายจากจีน เริ่มต้นที่ “รางวัลเข้าเรียนยอดเยี่ยมประจำปี ๒๕๕๙” โดยมหาวิทยาลัยพิจารณาจากการเข้าเรียนตรงเวลา ไม่สาย ไม่ขาดเรียน จากนั้นยังได้รับ “รางวัลนักศึกษาดีเด่นประจำปี ๒๕๕๙” จาก ม.ยูนนาน นอร์มัลด้วย

      แต่รางวัลใหญ่ที่สร้างความฮือฮาให้กับ ๒ มหาวิทยาลัยทั้งไทยและจีน คือ “รางวัลนักศึกษาต่างชาติดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๙” ซึ่งรัฐบาลจีนมอบให้พร้อมทุนการศึกษา โดยรัฐบาลพิจารณาจากหลายด้าน เช่น ผลการเรียนต้องดี ผลคะแนนสอบ HSK (การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน) ต้องดี ซึ่งน้องปริมสอบ HSK ได้ ๒๒๑ คะแนนจากคะแนนเต็ม ๓๐๐ คะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนที่สูง

      เมื่อถามถึงแผนการในอนาคตหลังเรียนจบ น้องปริมบอกว่าด้วยผลการสอบ HSK ของเธอทำให้เธอสามารถยื่นทุนเรียนต่อปริญญาโทที่นี่ได้ ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะศึกษาต่อที่นี่เลย

    สำหรับเคล็ดลับในการเรียนว่าเรียนอย่างไรถึงได้เก่งขนาดนี้ น้องปริมบอกว่า อันดับแรก อยู่ในห้องเรียนต้องตั้งใจฟัง ฟังไม่รู้เรื่องก็ต้องฟัง พยายามจับประเด็นให้ได้ กลับมาถึงหอพักก็อ่านหนังสือต่อ ไม่ใช่แค่หนังสือเรียน แต่อ่านหนังสือทุกประเภทที่เป็นหนังสือจีน ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือการ์ตูน หนังสือนิยาย รวมถึงการดูหนังฟังเพลงจีนด้วย ทำให้ภาษาจีนซึมซับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตให้ได้

   “สิ่งแรกที่หนูทำเมื่อไปถึงจีน คือหนูเอาโน้ตบุ๊กที่เพิ่งซื้อจากไทยไปลบข้อมูลทั้งหมดออก แล้วทำทุกอย่างในนั้นให้เป็นของจีน แม้แต่แป้นพิมพ์ก็โละออกใส่แป้นพิมพ์ภาษาจีนลงไปแทน ประกอบกับการที่หนูเป็นหัวหน้าห้อง มีหน้าที่ประสานงานเป็นตัวกลางระหว่างนักเรียนไทยกับสำนักงานของมหาวิทยาลัย ก็ทำให้หนูมีโอกาสได้ใช้ภาษาจีนอยู่เสมอ ช่วยให้หนูพัฒนาได้เร็วขึ้น”

    ได้ฟังเรื่องราวแห่งความมุมานะพยายามและตั้งใจจริงของน้องปริมแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงประสบความสำเร็จในการเรียนได้ขนาดนี้ ...เธอคู่ควรกับสิ่งที่เธอได้รับแล้ว

วันวนัทธ์ วรภู  สัมภาษณ์ / เรียบเรียง