
ช่องโหว่ทางการตลาดในช่วงวิกฤติ
พัฒนาการด้านธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก อันเกิดจากระบบการซื้อขายที่ทันสมัยขึ้น ลูกค้ามีทางเลือกในการหาแหล่งสินค้ามากขึ้น เช่น แหล่งซื้อขายผ่านเว็บไซต์ แหล่งซื้อขายผ่านระบบเครือข่าย ธุรกิจการขายตรงก็พัฒนาขึ้นไปมากกว่าเมื่อก่อน
การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าให้ถึงกลุ่มเป้าหมายอันรวดเร็ว ก็มีวิธีการที่หลากหลายน่าสนใจขึ้น ผ่านสื่อมีเดียต่างๆ ที่ครอบคลุมถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และราคาก็ประหยัดขึ้นมาก โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่จะต้องเจอสงครามการแข่งขันหนักอย่างแน่นอน ด้วยการขยายฐานคนดูผ่านเคเบิลทีวีอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสื่อด้าน ไอที ที่จะเป็นทางเลือกใหม่ของโลกอนาคต ฟรีทีวีควรจะต้องปรับตัวมากที่สุด ต่อไปนี้การแข่งขันจะอยู่ที่เนื้อหาสาระ (Content) มากกว่าบุญเก่าอย่างแน่นอน
ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่น่าตกใจ คือ การเกิดใหม่ของธุรกิจต้นทุนต่ำ แต่มีความเฉลียวฉลาดในการบริหารจัดการไปจนถึงความได้เปรียบคือ ความปราดเปรียวคล่องตัว ซึ่งต่างกับธุรกิจประเภทอุ้ยอ้ายเชื่องช้า ขนาดใหญ่ ถ้าไม่ปรับตัวเห็นจะต้องเทกระจาดขายกิจการทิ้ง
มีโรงแรมขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ จำนวนห้องพักในช่วงนี้มีไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กแต่เก๋มีดีไซน์ ห้องพักต้องจองและรอคิว ที่พัทยาคู่แข่งมีหลายแสนยูนิต รวมๆ หลายๆ ห้องพักในขณะที่ลูกค้าน้อยลงและทรงตัวอันเกิดจาก พิษกระแสเศรษฐกิจโลกมีหลายโรงแรมต้องพิจารณาและปรับปรุงโครงการขนานใหญ่ เช่น ปรับปรุงรีโนเวทของเก่าให้ดูดีขึ้น ปรับปรุงวิธีการให้บริการ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโรงแรมเสียใหม่ หาจุดขายใหม่
โครงการใหญ่ก็ต้องสร้างจุดขายเพิ่มเติม เช่น การเปลี่ยนเป็นโรงแรมประชุมสัมมนา การปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเพื่อธุรกิจแทนการท่องเที่ยวอย่างเดิม ขณะนี้จึงเป็นโอกาสงดงามสำหรับผู้เกิดใหม่ นักธุรกิจรุ่นใหม่ “เป็นช่องว่างทางการตลาด” ที่ถือว่าใหญ่มากๆ ในขณะที่ต้นทุนในการผลิต ก่อสร้างยังคงทรงตัว และมีแนวโน้มราคาวัสดุจะสูงขึ้นหลังไตรมาส 2 ปีหน้านี้อย่างแน่นอน อันเกิดจากการปรับตัวทางเศรษฐกิจของโลก
ผมไม่อยากให้เราวิตกกังวลและขาดความเชื่อในช่วงขาลงจนไม่เป็นอันทำอะไร และไม่กล้าลงทุน เพราะนั่นจะถือว่าคุณเสียโอกาสที่ดีมากๆ ไป ถ้าจะรอให้ทุกอย่างดีขึ้น การลงทุนก็ใช่ว่าจะเนรมิตได้ทันที ฉะนั้นช่องว่างที่ถือเป็นโอกาสในช่วงนี้จึงเป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เจ้าของร้านค้ารายย่อย ธุรกิจ SMEs เป็นโอกาสที่สำคัญในการปรับปรุง เปิดวิสัยทัศน์ด้านการตลาดใหม่ๆ อาศัยความคิดสร้างสรรค์ อาศัยไอเดีย และการออกแบบที่ดีก็จะไปรอดครับ
เจ้าของธุรกิจรายใหญ่ๆ ที่ควรจะถ่อมใจฟัง การวิจารณ์อย่างเปิดอก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมแสดงความคิด เพราะสิ่งที่คิดในรูปแบบเดิมๆ (บุญเก่า) อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคนี้ แต่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์เป็นฐานสำคัญในการต่อยอด ยอมรับองค์ความรู้ใหม่ๆ มากขึ้น แล้วบูรณาการศาสตร์เก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกัน โอกาสจึงมีมากกว่าวิกฤติ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ผมคิดว่ามีโอกาสที่ดีในช่วงนี้
ธุรกิจประเภทที่เราคนไทยถนัดมากที่สุดก็เห็นจะเป็นด้านการเกษตร, การท่องเที่ยว, อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม ถ้ามองแล้วถือว่ามีผลต่อโลกมาก และเราสามารถทำได้ด้วย ดีเอ็นเอ ของเรา ด้วยธรรมชาติของคนไทย ถ้าสามารถผลักดันความถนัดเหล่านี้ออกไป “อย่างมีรสนิยม” ขอย้ำว่าต้องมีรสนิยม เช่น
1. การนำเสนอร้านอาหารไทยแนวใหม่ พร้อมกับศิลปะไทยสมัยใหม่ ทั้งอาหารที่ประยุกต์ขึ้นมาพร้อมกับบรรยากาศ สีสันที่ดูสมัยใหม่ สะอาด อินเทรนด์
2. การนำเสนอศูนย์บริการเพื่อสุขภาพแผนไทย แนวใหม่ที่ไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยประยุกต์แพ็กเกจจิ้ง หีบห่อให้สวยทันสมัยขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยดีไซน์
3. การออกแบบโรงแรมขนาดเล็ก เก๋ มีสไตล์ มีนวัตกรรม และการให้บริการที่พิเศษอย่างมีไอเดีย มาพร้อมกับการนำเสนอด้านวัฒนธรรมไทยประยุกต์ และการท่องเที่ยวแบบมีรสนิยม มีคุณภาพราคาไม่แพง
4. จัดงานระดับนานาชาติด้านต่างๆ ที่เราถนัด เช่น งานสมุนไพรโลก, เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านของเอเชีย, ศูนย์การท่องเที่ยวแบบประหยัดและมีคุณภาพของโลก, แฟร์ด้านการเกษตรและต้นไม้ที่ใหญ่และเก๋ที่สุดในโลก, แฟร์สุขภาพที่ดีที่สุด ซึ่งถ้ามองข้อดีของเมืองไทย น่าเดินทางมากที่สุดครับ เพราะทั้งค่าใช้จ่ายถูก ปลอดภัย คนไทยเป็นกันเอง การชิงจัดงานแฟร์ระดับโลกจะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนมากมายมหาศาลที่สุดเช่นกันครับ
ยังมีอีกเยอะที่น่าจะเป็นทางออกและช่องว่างอีกมากมาย เช่น ดนตรี, วรรณกรรม, การแสดง, การสื่อสารทางประเพณีและวัฒนธรรม ซึ่งจะต้องได้ผู้บริหาร ผู้นำรัฐบาลที่ขยันและทำงานจริง มีวิสัยทัศน์มองทะลุ ไม่มัวแต่ “เล่น” การเมืองนะครับ และ ในวันที่ 12-13 กันยายน 2552 นี้ ทางทีมงานอยู่สบาย ร่วมกับ เนชั่นแชนแนล, TTF, และเนชั่นบุ๊คส์ ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยการออกแบบ” ตอน โรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่ ณ ห้อง Multi Purpose รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ในงาน Interior in Trend’09 ราคาบัตร 1,888 บาท โดยทุกท่านจะได้รับหนังสืออยู่สบายฉบับพิเศษพร้อมรับ VCD “HOTEL DESIGN” ท่านสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2984-0091-2
อ. เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



