
62ปี5มี.ค.:วันนักข่าวชูสื่อพลังสร้างสรรค์สังคมสุขภาพจิตดี
62ปี"5มี.ค."วันนักข่าว กรมสุขภาพจิต ชูพลังสื่อมวลชน พลังสำคัญ สร้างสรรค์สังคมสุขภาพจิตดี
นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันนักข่าวหรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ กรมสุขภาพจิตขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 62 ปี ถ้าเปรียบเป็นบุคคลถือว่ามีความคร่ำหวอดในวงการสื่อและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ตลอดจนต้องขอขอบคุณนักสื่อสารมวลชนทุกท่านที่ร่วมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจิตให้กับประชาชนมาโดยตลอด ทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสาร ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต คนทำข่าวจึงมีความสำคัญ
"เนื่องจากคนทำข่าวเป็นคนกลาง ส่งผ่านข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วนให้กับประชาชนเปรียบเหมือนกระจกสะท้อนสังคม ที่ควรสะท้อนในทุกด้านมากกว่าสะท้อนเพียงด้านใดด้านหนึ่งทั้งนี้"อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า ในแง่มุมของการสื่อสารด้านสุขภาพจิต เมื่อพูดถึงผู้มีปัญหาสุขภาพจิต หลายคนในสังคมอาจยังไม่ค่อยเข้าใจ หรือเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ ส่วนหนึ่งมองว่า การเจ็บป่วยเป็นการเสแสร้ง แกล้งทำ น่าเบื่อหน่าย เรียกร้องความสนใจ และมักถูกเยาะเย้ย หรือซ้ำเติมถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อสังคม สร้างความรู้สึกหวาดกลัว รังเกียจ สร้างความรู้สึกอับอายให้กับครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวช
"เหล่านี้ ก่อให้เกิดภาพลบตอกย้ำตราบาปต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต และ ผู้ป่วยจิตเวชในสังคมมากยิ่งขึ้นถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงบริการบำบัดรักษา จึงต้องขอย้ำว่าโรคทางจิตเวชไม่ใช่โรคร้ายไม่ใช่ตราบาปไม่ใช่เรื่อง น่าละอาย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนขอเพียงเข้าถึงบริการให้เร็ว ที่สำคัญ ต้องทานยาให้ต่อเนื่อง อยู่ในการควบคุมของแพทย์ สามารถรักษาให้หายกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณค่าต่อไปได้"อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า สื่อมวลชนจึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีสุขภาพจิตดี สร้างความตระหนัก ลดความตระหนกช่วยลดตราบาป สื่อสารเชิงบวกอย่างสร้างสรรค์ให้กับสังคมได้ โดย 1.ระมัดระวังการพาดหัวข่าวหรือการนำเสนอภาพความน่ากลัวหรือรุนแรงซ้ำๆ ภาพการสูญเสีย สิ้นหวัง ทำร้ายตนเองการเน้นหรือตอกย้ำให้ความโดดเด่น หรือ ดราม่าก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ ซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมหรือด่วนสรุปว่า การทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายมาจากสาเหตุใดเพียงสาเหตุเดียว ซึ่งกลุ่มเปราะบางทางอารมณ์อาจเกิดการคล้อยตามหรือเลียนแบบได้ ที่สำคัญ ไม่ควรขยายความขัดแย้งให้เกิดขึ้น
2.คำนึงถึงการนำเสนอข่าวที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกหรือเกิดผลกระทบในทางลบต่อผู้ป่วยญาติและผู้ใกล้ชิดไม่ซักถามเรื่องความสูญเสียจากผู้ที่ยังไม่พร้อมจะเล่า เพราะยิ่งเป็นการซ้ำเติมบาดแผลทางใจไม่ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส
3.สอดแทรกความรู้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตให้ข้อมูลที่ถูกต้องและจำเพาะกับประชาชนเช่น การให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาการหรือโรคทางจิตเวช การนำเสนอสัญญาณเตือนแนวทางการดูแลจิตใจการป้องกันปัญหาตลอดจน การนำเสนอตัวอย่างด้านบวกแก่สังคมเพื่อช่วยให้เกิดความหวังและการเรียนรู้ในการเผชิญกับปัญหาโดยสามารถ ขอความรู้หรือข้อแนะนำได้จากจิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิชาการด้านสุขภาพจิต
4.ให้ข้อมูลแหล่งให้การช่วยเหลือด้านจิตใจหน่วยงานให้บริการหรือให้คำปรึกษาเช่นสายด่วนสุขภาพจิต1323และหน่วยงานหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการ ที่ควรระบุอย่างชัดเจนในตอนท้ายของข่าว บทความ หรือละคร ในทุกครั้ง
"5.ดูแลกายและใจของตัวเองให้ดีเพราะการติดตามทำข่าวแต่ละครั้งอาจได้รับความเครียดและความทุกข์ได้มาก แม้ว่าจะมีประสบการณ์สูงแล้วก็ตาม จึงอย่าลืมพูดคุย ระบายกับเพื่อนร่วมงานเพื่อน คนในครอบครัว หรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจ"อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในที่สุด



