
วธ.ชู“Thai Culture Mobile”สร้างรายได้
วธ.ชูแอพพลิเคชั่น “Thai Culture Mobile” ให้บริการข้อมูลสานต่อไทย 4.0 สั่งเพิ่มจำนวน- อัพเดทฐานข้อมูลให้ทันสมัยใช้ AR-Codeดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่สร้างรายได้
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่าThai Culture Mobile Applicationเพื่อให้บริการข้อมูลทางวัฒนธรรมผ่านโทรศัพท์ ทั้งระบบปฏิบัติการIOSและAndroid ผ่านApp StoreและPlay Storeรวมทั้งผ่านทางเว็บไซต์www.thaiculture.go.thซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นโปรแกรมบริการข้อมูลด้านวัฒนธรรมครบวงจร โดยแสดงผลเสมือนเป็นแผนที่นำทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
รวมถึงข้อมูลองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม เช่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะการแสดง การแต่งกาย อาหาร ภาษา พิธีกรรม โบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี แหล่งเรียนรู้ ศาสนสถาน โดยการสืบค้นด้วยการพิมพ์คำสำคัญลงในช่องค้นหาหรือเลือกสืบค้นตาม หมวดหมู่ จากฐานข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลมากกว่า 40,000รายการ โดยจะครอบคลุมรัศมี 10, 20และ 30 กิโลเมตร จากตำแหน่งผู้ใช้งานพร้อมแนะนำเส้น ทางร้านอาหาร โรงแรม หรือสืบค้นโดยเจาะจงจังหวัดหรือสถานที่สำคัญ
นายวีระ กล่าวต่อว่าการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและการใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในงานวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy)ของรัฐบาล ที่ตระหนักถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคมที่มีการพัฒนาไปอย่างก้าวไกลและสนับสนุนในการนำทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตามนโยบายไทย 4.0
โดยการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลด้านวัฒนธรรมเพื่อให้Thai Culture Mobile Application สามารถเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้มีความใกล้ชิดกับศิลปวัฒนธรรมได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่าได้รับรายงานว่าในปี 2560 มีแผนงานจะกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้มีศักยภาพและเพิ่มจำนวนฐานข้อมูล ซึ่งปัจจุบันสามารถแสดงผลข้อมูลได้ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ และจีน และจะเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เทศกาลประเพณี วิถีท้องถิ่นอีก 150 ชุดข้อมูลทั่วประเทศ และมีการเพิ่มเติมการใช้เทคนิคเออาร์โค๊ด ( AR-Code) ในการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยในสถานที่ต่างๆอีกกว่า 450 จุด
อย่างไรก็ตามสั่งการให้มี การอัพเดทข้อมูลให้มีความทันสมัยและใช้รูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ เนื่องจากมีข้อมูลและวิธีการนำเสนอในบางส่วนยังต้องปรับปรุงให้น่าสนใจ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเยาวชนและผู้ที่สนใจมากกว่านี้



