
เพชฌฆาต"เหล้ามือสอง”มหันตภัยทำร้ายคนรอบข้าง
ปัจจุบันคนไทยดื่มแอลกอฮอล์ มีประมาณ33% นักดื่มหนึ่งคนส่งผลกระทบต่อผู้อื่นรอบข้างถึง2.4คน” ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบทางด้านจิตใจและความรู้สึกไม่ปลอดภัยมากถึง30-40%
“ดื่มไม่ขับ ไป-กลับปลอดภัย” “งดเหล้าเข้าพรรษา” “เลิกเหล้า เลิกจน” “ให้เหล้า=ให้ทุกข์” และอีกหลายวลีที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนงดดื่มเหล้า จากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่จะนำไปซึ่งการสูญเสียตั้งแต่ระดับน้อยสุดไปหามากที่สุด แต่หากเอาคำเหล่านี้มาเทียบกับสังคมไทยในปัจจุบัน กลับพบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือที่เรียกว่า เหล้ามือสอง มากที่สุด คือผู้ที่ไม่ดื่ม
นำมาสู่การหาทางออกของปัญหาเหล้ามือสองอย่างจริงโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณะสุขและศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ศึกษาผลกระทบ“เหล้ามือสอง: ผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ในยุคโลกเสรีและสังคมไทย”ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลก และ สสส.
ภญ.อรทัย วลีวงศ์ นักวิจัยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ สสส. เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์ภัยเหล้ามือสองต่อสังคมไทย โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนไทยอายุ 18ปี ขึ้นไป 1,695คน ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และกรุงเทพฯ โดยคนไทยมากกว่า 76.8% ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจและความรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งการถูกคุกคามตามท้องถนน พื้นที่สาธารณะจากคนแปลกหน้าที่ดื่ม 42.0% ได้รับผลกระทบทางสังคมและผลต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะปัญหาครอบครัว หรือ ปัญหาชีวิตสมรส
ภญ.อรทัย วลีวงศ์
เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ของคนอื่น 22.6 % ได้รับผลกระทบทางด้านการเงินและการสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์ บ้าน รถ หรือทรัพย์สินต่างๆ เคยได้รับความเสียหายเพราะการดื่มของคนอื่น 6.2 % ได้รับผลกระทบทางด้านร่างกายหรือทางเพศ แม้เปอร์เซ็นในการสำรวจจะน้อย แต่กับเป็นปัญหาที่น่ากลัวและรุนแรงมากที่ในสังคม คือการถูกบังคับหรือกดขี่ทางเพศ เนื่องจากการดื่มของคนในครอบครัวหรือเพื่อน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเหยื่อตัวเล็กอย่างเด็กและเยาวชนไทย ภญ.อรทัย สำรวจพบว่า 24.6% ของเด็กและเยาวชนไทย เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ของคนอื่น โดยแบ่งเป็น 9.5% ที่ได้รับความรุนแรงโดยตรง ทั้งถูกดุด่าอย่างรุนแรง ถูกทอดทิ้งในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ถูกทำร้ายร่างกาย 10.7% พบเด็กอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงและไม่เหมาะสม ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ที่เด็กต้องพบกับความรุนแรงในครอบครัว 0.1% เด็กเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“งานวิจัยนี้นับเป็นการศึกษาแรกของไทยที่สำรวจผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อผู้อื่นอย่างรอบด้าน360องศา คนไทยกว่า80% ถูกภัยเหล้ามือสองคุกคาม “นักดื่ม1คนส่งผลกระทบต่อผู้อื่นถึง2.4คน”ถูกคุกคามไม่ปลอดภัย40%แถมต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหายจากถูกนักดื่มคุกคามเฉลี่ย8,500บาท/คน/ปี โดยต้องจัดการปัญหาที่ต้นเหตุอย่างผู้ดื่ม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่อยู่ซ่อนอยู่ในรั้วบ้าน ในกลุ่มเพื่อน ในที่ทำงาน หรือในชุมชน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงระดับสังคมและประเทศชาติ เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในสังคม รวมถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชนจากภัยต่างๆ ที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสิทธิเด็กและเยาวชน จึงจำเป็นต้องสร้างความตระหนักในเรื่องนี้แก่สังคมมากขึ้น โดยควรมีมาตรการป้องกัน ลดจำนวนและความรุนแรงของปัญหาที่เกิดต่อทั้งตัวผู้ดื่มและผู้อื่น” ภญ.อรทัย กล่าว
ปัจจุบันคนไทยดื่มแอลกอฮอล์ มีประมาณ33% พบว่านักดื่มหนึ่งคนส่งผลกระทบต่อผู้อื่นรอบข้างถึง2.4คน” ผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผลกระทบทางด้านจิตใจและความรู้สึกไม่ปลอดภัยมากถึง30-40%เช่น รู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าที่ดื่มตามถนนหรือในสถานที่สาธารณะ เคยต้องตื่นกลางดึก/นอนไม่หลับ เพราะเสียงดังจากวงสุราหรือคนเมาบริเวณบ้าน/ชุมชน หรือเคยถูกคนดื่มพูดจาหยาบคายใส่ ส่วนผลกระทบทางด้านสังคมและการดำเนินชีวิต สูงเป็นอันดับ2เช่นคนดื่มไม่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย30% มีปัญหากับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ดื่ม10%
แด๊ก เรคเว้ นักวิชาการอาวุโส ฝ่ายการจัดการปัญหายาเสพติด องค์การอนามัยโลก โดยมียุทธศาสตร์โลกว่าด้วยการลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ให้ความสำคัญในการปกป้องสิทธิและสุขภาพของผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งปัญหาสุขภาพ การบาดเจ็บ หรือถูกละเมิดสิทธิ์ต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มประชากรเปราะบาง
เช่น เด็กและเยาวชนซึ่งได้ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ยังพบว่าผู้ใหญ่มากกว่า 60 %ดื่มเหล้าอย่างหนักในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และมีจุดเสี่ยงของการตายเพิ่มขึ้น และตามมาด้วยการทุพพลภาพ กว่า 5.1% รวมไปถึงการมีพฤติกรรมที่รุนแรง โดยเฉพาะกับสถาบันครอบครัว ในระดับสากลมุ่งเป้าหมาย ในการสร้างความตระหนัก และการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้นในแนวทางลดผลกระทบจากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์
เช่นเดียวกับศ.โรบิน รูม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายแอลกอฮอล์ มหาวิทยาลัยลาโทรบ ประเทศออสเตรเลีย นักวิจัยอาวุโสระดับโลกในด้านปัญหาและนโยบายแอลกอฮอล์ ที่พบว่าผลวิจัยมีข้อค้นพบสำคัญ คือ ทุกประเทศมีผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่มจำนวนมาก โดยเฉพาะในบุคคลที่รายได้ระดับปานกลางจนถึงระดับล่างสุด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อผลกระทบเชิงลบต่อสังคมมากกว่ายาเสพติดชนิดอื่นๆ เพราะสังคมที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ มีการวิเคราะห์ออกมาว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้ที่ดื่มเท่านั้น แต่ผู้คนรอบข้างยอมได้รับผลกระทบนั้นด้วย เป็นการตอกย้ำว่าการมีนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งระดับประเทศและระดับโลก มีความสำคัญต่อการลดปัญหาผลกระทบเหล่านี้
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า เหยื่อจากภัยเหล้ามือสองที่ถูกละเลยในสังคมจะได้รับความช่วยเหลือ โดย สสส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการศึกษาผลวิจัยมาเพื่อพัฒนานโยบายควบคุมและป้องกันปัญหาที่เกิดจากภัยเหล้ามือสองทั้งในมิติของผู้ดื่ม และประชาชนทั่วไป เช่น การควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการส่งเสริมการขาย เพื่อลดการบริโภคแอลกอฮอล์
รวมทั้งการพัฒนาระบบช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบให้ได้รับความคุ้มครองด้วย การออกมาตรการควบคุมทางการตลาด ควบคุมการโฆษณา เพิ่มราคาแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้น อีกทั้งทางผู้กำหนดมาตรการต่างๆสำหรับโทษของแอลกอฮอล์และสังคมโดยรวมจะเห็นด้วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นแล้ว ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการออกมาควบคุมดูแลหลังการสูญเสีย มากกว่าการป้องกันตั้งแต่เริ่มแรก
หากจะมองหาทางออกของผลกระทบของเหล้ามือสอง คงต้องมาทบทวนกันว่า ใครน่าจะมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด เพื่อการแก้ไขตรงจุดอย่างแท้จริง



