
"โลกร้อน"เดือดร้อนถึงช้าง
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คนทั้งโลกก็จะต้องถกปัญหา โลกร้อน กันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่จะมีขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในเดือนธันวาคม ที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นการประชุมที่ผู้นำโลกต้องประกาศ ความรับผิดชอบ"
แต่ถ้าถามอาจารย์ยักษ์ก็ขอตอบแบบ “ปากชัดๆ” ว่า ไม่เชื่อว่าผู้นำโลกจะแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ผู้นำโลก “ไร้ความสามารถ” แต่ “ไร้ใจ” มากกว่า เพราะการแก้ปัญหาโลกร้อนให้ถึงแก่นถึงรากนั้น ย่อมหมายถึงผลประโยชน์ที่ต้องสูญเสียไปอย่างมหาศาลของประเทศร่ำรวย ที่เป็นต้นเหตุหลักของปัญหาโลกร้อนอันเนื่องมาจากการขยายตัวเติบโตแบบไร้ขอบเขตของระบบทุนในประเทศเหล่านี้
ถ้าเรายอมรับความเป็นจริงว่า ผู้นำโลก ก็คือ ผู้นำของประเทศที่ร่ำรวยเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังมีศักยภาพในการทำมาหากินบนความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติของโลกต่อไป มีเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ “ผู้นำโลก” ลงมือกระทำอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาก็คือ วิกฤติโลกร้อนมีผลร้ายแรงถึงขั้นกระทบกับ “ผลประโยชน์" ของประเทศร่ำรวยเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม อารยธรรมของมนุษยชาติ และทรัพยากรที่มีค่าของโลกใบนี้ เป็นสมบัติร่วมกันของมนุษย์ทุกคนไม่ใช่แต่ของผู้นำ ในฐานะประชากรโลก แม้ว่าเราจะไม่ฝากความหวัง
การแก้ปัญหาโลกร้อนไว้กับผู้นำโลก เราควรต้องเรียกร้องในฐานะ “ผู้รับผลกระทบ" ให้ผู้นำโลกในฐานะผู้กุมชะตากรรมของมนุษยชาติ ที่จะต้องลงมือกระทำการอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดภาวะโลกร้อนให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ไม่มีครั้งไหนที่มนุษย์จะรู้สึก “อกสั่นขวัญแขวน” กับการสูญสิ้นอารยธรรมมากเท่าครั้งนี้ วิธีคิดแบบทุนที่มีเงินเป็นเป้าหมายยังผลให้เกิด พืชเศรษฐกิจ พืชเชิงเดี่ยวที่รุกล้ำพื้นที่ป่า ที่อยู่อาศัยของพืชพรรณสัตว์ป่านานาชนิด จนสัตว์หลายชนิดกำลังจะสูญพันธุ์ ช้างไทยก็หนีไม่พ้น ตกอยู่ในวังวนอันตรายแบบเดียวกัน ถึงเวลาที่ช้างก็ต้องออกมารณรงค์เรียกร้อง “สิทธิ” ที่จะคงบ้านของตัวเองไว้
ในวันที่ 12-28 กันยายน 2552 นี้ คาราวานช้างไทยก็จะออกมาร่วมกับคนป่าวร้องให้ผู้นำไทย กับผู้นำโลก รับฟังเสียงของช้าง ตัวแทนของสรรพสัตว์ที่ต้องเดือดร้อนจากปัญหาโลกร้อน ร่วมกับคนตัวเล็กๆ จากภาคประชาสังคมหลายองค์กร โดยเดินเท้าเป็นระยะทางถึง 250 กิโลเมตร จากป่าดงพญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผ่านสระบุรี นครนายก มาสิ้นสุดปากอ่าวไทยที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา รวมเวลาทั้งหมด 15 วัน
ในงานนี้ ช้างกับคน ก็จะมีกิจกรรมร่วมกันในการรับฟังปัญหารูปธรรมที่เป็นผลกระทบจากสภาพปัญหาของอากาศที่เปลี่ยนแปลง ปลุกสำนึกคนให้ออกมาตระหนักถึง “ภัยใกล้ตัว” รวมทั้งเรียกร้องรัฐบาลไทย และประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในฐานะผู้นำโลก เข้าของวลีเด็ด “change” ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่โคเปนเฮเกนครั้งนี้ เพื่อผลักดันการประชุมเวทีโลกให้เกิดผลเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ อาจารย์ยักษ์ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า งานนี้ โอบามา กับ โอบามาร์ค ของเรา ใครจะ change มากกว่ากัน
"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู"



