ไลฟ์สไตล์

ทุกนาทีมีค่าสำหรับ "ยุวดี จิราธิวัฒน์"

ทุกนาทีมีค่าสำหรับ "ยุวดี จิราธิวัฒน์"

29 ส.ค. 2552

เมื่อ "เวลา" ไม่เคยย้อนกลับมาให้เราได้แก้ไข ดังนั้น "เวลา" จึงกลายเป็นสิ่งมีค่าที่สุดของทุกคน เฉกเช่นเดียวกับเครื่องบอกเวลาอย่าง "นาฬิกา" ที่ปัจจุบันใช่เพียงมีไว้สำหรับบอกเวลาเท่านั้น หากแต่นาฬิกา (โดยเฉพาะนาฬิกาข้อมือ) เหล่านี้ ยังแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องป

 รู้มาแบบนี้มีหรือ "คม ชัด ลึก" จะพลาด ถือโอกาสนัดแนะกับผู้บริหารคนดัง ที่ห้องอาหาร แองเจลีน่า เซ็นทรัล ชิดลม พร้อมงัดนาฬิกาเรือนโปรดมาโชว์ให้ได้เห็นเป็นบุญตา ระหว่างที่เอานาฬิกาออกจากถุงผ้ากำมะหยี่ เธอก็คุยให้ฟังว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบนาฬิกาอยู่แล้ว เพราะนาฬิกาไม่ได้มีประโยชน์แค่บอกเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งที่มีคุณค่า ราคาไม่ตก ทั้งยังสามารถส่งต่อให้ลูกๆ นำไปใช้ได้ด้วย

 "นาฬิกาเรือนแรกยุได้จากมาจากคุณพ่อ ท่านซื้อให้เป็นของขวัญตอนเรียนจบปริญญาตรี หลังจากนั้นก็เริ่ม ซื้อนาฬิกามาเรื่อยๆ จนเปลี่ยนเป็นความชอบเลยสะสม ส่วนใหญ่จะซื้อเองอย่างเราจัดงาน เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นนอล วอร์ช แฟร์ ทุกปีก็จะได้นาฬิกาใหม่ๆ มาใส่ทุกครั้งเหมือนกัน นาฬิกาที่อยู่กับยุก็จะมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปจนถึง 30 กว่าปี สมัยก่อนจะชอบเรือนเล็กๆ จากนั้นก็เริ่มซื้อเรือนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คงจะเป็นเพราะแฟชั่นของนาฬิกาที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เลยติดใช้นาฬิกาเรือนใหญ่ๆ ที่สำคัญตัวเลขต้องใหญ่ด้วย จะได้มองเห็นชัดๆ ส่วนเรือนเล็กๆ ตอนนี้ถ้าเอามาใส่ก็กลายเป็นเครื่องประดับไปแล้ว แต่เดี๋ยวนี้รูปทรงของนาฬิกาสามารถใส่ได้ทั้งหญิงและชายด้วย" ผู้บริหารสาวเล่าด้วยน้ำเสียงสดใส

 แม้ส่วนตัวเธอจะชอบนาฬิกาแนวสปอร์ต แต่ใช่ว่าเธอจะมีแต่นาฬิกาแนวนี้ไว้ครอบครอง เพราะบางครั้งนาฬิกาที่เลือกมาใส่ ต้องเหมาะกับงานที่เธอจะไปร่วมด้วย สำหรับเรื่องฟังก์ชันของนาฬิกา เธอเผยว่า ไม่ค่อยจะรู้เรื่องฟังก์ชันของนาฬิกามากนัก รู้ตัวว่าเป็นสาวโลว์เทคโนโลยีเอามากๆ จึงไม่อยากใช้นาฬิกาอะไรที่ซับซ้อน ขอเพียงแค่รูปทรงสวย คุณภาพดี ใช้ได้นานเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

 "นาฬิกาเหล่านี้ถ้าตอนที่เราซื้อมีมูลค่า นานวันเข้าก็ยิ่งเพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุ้มค่า ปกติยุจะชอบนาฬิกาสายหนังเพราะรู้สึกว่าใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน บางเรือนสามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยก็ยิ่งดี เพราะใส่ได้หลายโอกาส แต่เท่าที่มีอยู่ตอนนี้คงใส่คนเดียวไม่หมด ก็อาจจะแบ่งให้ลูกๆ และลูกสะใภ้ในอนาคตบ้าง เพราะของเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ว่าเขาจะใช้เองหรือส่งต่อให้ใคร คุณค่าก็ไม่ได้ลดลง แล้วถึงยุจะได้นาฬิกาเรือนใหม่ทุกปี แต่ทุกเรือนที่ซื้อมาก็จะนำมาใช้หมด จะไม่นิยมซื้อมาเก็บ" ยุวดี แจกแจง

 เห็นมีนาฬิกาอยู่หลายเรือนขนาดนี้ เลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงการดูแลรักษา เธอได้ยินคำถามนี้ถึงกับหัวเราะร่วน ก่อนจะตอบว่า ไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก เพราะซื้อมาใช้งานเป็นหลัก แต่จะคอยระวังไม่ให้เป็นรอย หากหน้าปัดหรือตัวเรือนเป็นรอยนาฬิกาจะดูโทรม ถ้าวันไหนมีเวลาใช้เสร็จก็จะเช็ดแล้วเก็บใส่ถุงผ้ากำมะหยี่ตามเดิม แต่ถ้าเรือนไหนเป็นระบบควอทซ์ ก็จะคอยเช็กแบตเตอรี่ โดยจะพยายามจดวันเปลี่ยนแบตฯ เอาไว้ในสมุดโน้ต และด้วยความยุ่งยากอย่างนี้เธอจึงไม่นิยมใช้นาฬิการะบบควอทซ์ จะชอบระบบไขลานหรือออโตเมติกมากกว่า

 เมื่อเป็นสาวที่ชื่นชอบนาฬิกาเอามากๆ เรื่องของเวลาจึงเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของการตรงต่อเวลา ที่จะพยายามตรงต่อเวลาให้ได้มากที่สุด เพราะการให้คนอื่นรอถือเป็นการเอาเปรียบเวลาของคนอื่น ดังนั้นการตรงต่อเวลายังสร้างให้เป็นคนมีระเบียบวินัยไปในตัวด้วย

 "ยุว่าตัวเองเป็นคนใช้เวลาได้คุ้มค่า ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนหรือทำอะไร อย่างเวลาทำงานตั้งแต่มาถึงก็จะทำงานเลย พอประชุมก็จะลืมเวลาว่าต้องพักเที่ยงหรือถึงเลิกงานแล้ว  เวลาไปเที่ยวก็จะเที่ยวตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน ไปทุกที่ดูทุกอย่างทั่วไปหมด แล้วยุไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ แต่สงสัยต่อไปคงต้องพยายามหาเวลาพักบ้าง ไม่อย่างนั้นคนที่ไปด้วยอาจจะไม่อยากไปกับเราอีกก็ได้ (หัวเราะ) ยุรู้สึกว่าเวลาทุกนาทีมีค่า และเราไม่สามารถย้อนเวลากลับได้ถ้าเราไม่ได้ทำในช่วงเวลานั้น ดังนั้น 1 วัน 24 ชั่วโมง ยุจะพยายามใช้ให้คุ้มค่าที่สุดทุกวัน" ยุ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง...  "ศรีพร เหล่าวณิชยา"
ภาพ... "อนันต์ จันทรสูตร"