
ศาลฏีกาเลื่อนชี้ชะตา“รังสรรค์”เป็น 3 พ.ค.60
ศาลฏีกาเลื่อนชี้ชะตา“รังสรรค์”เป็น 3 พ.ค.60 เหตุจำเลยที่4เสียชีวิต โจกท์เตรียมร้องศธ.ขอให้เยี่ยวยาถูกออกราชการ 4 ปี
เมื่อวันศุกร์ที่ี่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดี 909 ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. และคณะเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แต่จำเลยที่ 4 ไม่มาศาล จำเลยที่ 1 แถลงอ้างว่า เสียชีวิต ศาลพิเคราะห์แล้วให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 และให้โจทย์ไปหาหลักฐานพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 4 เสียชีวิตนัดเลื่อนฟังคำพิพากษา 3 พฤษภาคม 2560 เวลา. 09.00 น.
ร.ต.ท.จรัญ ธานีรัตน์(คนที่2จากขวา)
กรณี นายรังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.)รศ.วิรัตน์ แดนราช อดีตรองอธิการบดี ม.ร. ตั้งกรรมการสอบกลั่นแกล้งปลด อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ กล่าวหาลอกงานวิจัยเพื่อเลื่อนขึ้นตำแหน่ง ผศ. เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552 ศาลชั้นต้น อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2389/2548 ที่ ร.ต.ท.จรัญ ธานีรัตน์ อดีตอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ศาสตราจารย์ รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง จำเลยที่ 1
ศ.รังสรรค์ แสงสุข
รศ.เฉลิมพล ศรีหงส์ อดีตรองอธิการบดี จำเลยที่ 2 , รศ.ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน อดีตคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ จำเลยที่ 3 , รศ.วิรัตน์ แดนราช รองอธิการบดี จำเลยที่ 4 , รศ.ประสาท สง่าศรี รองอธิการบดี จำเลยที่ 5 , นายประชา ประยูรพัฒน์ ผอ.กองการกีฬา จำเลยที่ 6 , นางทิพาพัน ศรีวัฒนศิริกุล หัวหน้างานบุคคล จำเลยที่ 7 , รศ.วิริยะ เกตุมาโร รองอธิการบดี จำเลยที่ 8 , รศ.วัฒน์ บุญกอบ รองอธิการบดี จำเลยที่ 9 , รศ.บุเรง ธนพันธุ์ รองอธิการบดี จำเลยที่10 และ รศ. กัลยา ตัณศิริ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จำเลยที่ 11 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เดิมโจทก์เป็นอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง ได้ทำวิจัยและยื่นผลงานวิจัยกับเอกสารทางวิชาการ เสนอคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผ.ศ.)ระดับ 6 ผ่านทาง รศ.ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ให้เสนอต่อไปยังจำเลยที่1 ซึ่งเป็นอธิการบดี โดยการพิจารณาดังกล่าวมีพวกจำเลย เป็นกรรมการกลั่นกรองผลงานของโจทก์ ต่อมามีผู้กล่าวหาว่าโจทก์ลอกเลียนผลงานทางวิชาการจากบุคคลอื่น และได้แต่งตั้ง รศ.วิรัตน์ แดนราช รองอธิการบดีม.ร. จำเลยที่ 4 เป็นประธานสอบข้อเท็จจริง มี รศ.ประสาท สง่าศรี รองอธิการบดี นายประชา ประยูรพัฒน์ ผอ.กองการกีฬา และ นางทิพาพัน ศรีวัฒนศิริกุล หัวหน้างานบุคคล จำเลยที่ 5- 7 เป็นกรรมการ
สรุปการสอบสวนว่าการกระทำของโจทก์ผิดวินัย จึงมีการตั้ง รศ.วิริยะ เกตุมาโร รองอธิการบดีม.ร. จำเลยที่ 8 เป็นกรรมการสอบวินัย และมี รศ.วัฒน์ บุญกอบ รองอธิการบดีม.ร. , รศ.บุเรง ธนพันธุ์ รองอธิการบดีม.ร. และ รศ. กัลยา ตัณศิริ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จำเลยที่9-11 ร่วมเป็นกรรมการสอบสวน ต่อมากรรมการมีมติให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 3-11 เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์และเอาใจจำเลยที่ 1 จากนั้นโจทก์ ได้ยื่นอุทธรณ์มติดังกล่าวต่ออนุกรรมการ ซึ่งก็เห็นว่าโจทก์มิได้กระทำผิด โจทก์นำมติดังกล่าวไปแจ้งคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่กลับเพิกเฉยไม่นำเรื่องเสนอโจทก์กลับเข้ารับราชการทำให้โจทก์เสียหาย
ขณะที่ พวกจำเลย ให้การปฎิเสธว่า พวกจำเลยได้รับร้องเรียนเรื่องดังกล่าว จึงตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงตามขั้นตอน และรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายไปตามอำนาจหน้าที่และหลักวิชาการ ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่สองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า แม้โจทก์จะถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนผลงานทางวิชาการ แต่ก็ได้อ้างอิงแหล่งที่มาไว้ท้ายเล่ม ถือว่าไม่มีเจตนาปกปิด การกระทำของศาสตราจารย์ รังสรรค์ อดีตอธิการบดี , ม.ร. ,รศ.ระวิวรรณ อดีตคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ ม.ร.และ รศ.ประสาท รองอธิการบดีม.ร. จำเลยที่ 1,3 และ5 เป็นการเลือกปฎิบัติ ใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 เป็นอธิการบดีมานาน ย่อมรู้ว่า เหตุการณ์และข้อเท็จจริงต่าง ๆ จึงฟังได้ว่าเฉพาะจำเลยที่ 1,3 และ 5 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1และ 3 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสามเป็นคณาจารย์ เคยประกอบคุณงามความดีมาก่อน โทษจำคุกจึงสมควรให้รอลงอาญาไว้กำหนด 2 ปี
ส่วนรศ.เฉลิมพล อดีตรองอธิการบดี , รศ.วิรัตน์รองอธิการบดี , นายประชา ผอ.กองการกีฬา , นางทิพาพัน หัวหน้างานบุคคล , รศ.วิริยะ รองอธิการบดี , รศ.วัฒน์ รองอธิการบดี , รศ.บุเรง รองอธิการบดี และ รศ. กัลยา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จำเลยที่2,4,6 - 11 โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่ามีความผิดอย่างไร และไม่มีการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงพิพากษายกฟ้อง
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 ศาลอุทธรณ์พิจารณายกฟ้องทั้งหมด หลังจากนี้ ร.ต.ท.จรัญ ธานีรัตน์ อดีตอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง จะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม(ศยธ) ภายใต้ มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น(มตช.)ต่อไป
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. ให้สัมภาษณ์ว่า ร.ต.ท.จรัญ ธานีรัตน์ อดีตอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นโจทก์เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เพื่อให้เยียวหลังไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ออกจากราชการมา 4 ปี ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรอฟังคำพิพากษาศาลฏีกา ปรากฏว่า ร.ต.ท.จรัญ ธานีรัตน์ โจทก์ ได้มีปากเสียงกับจำเลยที่1 โดยร.ต.ท.จรัญ ระบุว่า"เมื่อมีคนรับหมายศาลแล้วจะอ้างว่าเสียชีวิตไม่น่าจะเป็นไปได้ "ขณะที่ จำเลยที่1หรือ ศ.รังสรรค์ แสงสุข ในชุดสูทสีดำผมสีขาวโพลนตอบโต้นทันทีว่า"คุณไม่ตายบ้างก็แล้วกัน"



