ไลฟ์สไตล์

สช.เล็งออกเกณฑ์เอชไอเอต.ค.นี้อุ้มปชช.ร่วมฟันธงตั้งเหมืองแร่-ผังเมือง

สช.เล็งออกเกณฑ์เอชไอเอต.ค.นี้อุ้มปชช.ร่วมฟันธงตั้งเหมืองแร่-ผังเมือง

28 ส.ค. 2552

สช.เตรียมคลอดเกณฑ์ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพหรือเอชไอเอเดือนต.ค.นี้ วางเกณฑ์ 4 กลุ่ม ดันหน่วยงานรัฐ-เอกชนประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพก่อนตั้งโรงงาน เหมืองแร่-วางผังเมือง พร้อมให้ชาวบ้านร่วมประเมินลดความเสียหายของชุมชน-วิถีชีวิต

 นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เปิดเผยถึงการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA : Health Impact Assessment ) ว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญแก่ผลกระทบจากการดำเนินนโยบายสาธารณะของหน่วยงานรัฐและอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ตั้งโรงงาน ทำเหมืองแร่ วางผังเมือง ซึ่งมีผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและสุขภาวะทางสังคมโดยก่อให้เกิดโรคต่างๆ และทำให้สุขภาพของประชาชนแย่ลง รวมทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป 

 "ไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้โดยกำหนดไว้ในมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ .2550 ระบุการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน อีกทั้งในมาตรา 11 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 บุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิร้องขอให้ประเมินและมีสิทธิร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ" เลขาธิการเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าว

  นพ.อำพล กล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์เอชไอเอขึ้น เพื่อรองรับกฎหมายข้างต้น ซึ่งแบ่งเกณฑ์เป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1.โครงการหน่วยงานรัฐและเอกชนจะต้องทำเอชไอเอควบคู่ไปกับการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแล 2.การดำเนินนโยบายสาธารณะของหน่วยงานรัฐ เช่น การทำผังเมือง หน่วยงานรัฐที่ดูแลควรจัดทำเอชไอเอ 3.ประชาชนขอใช้สิทธิ์ให้จัดทำเอชไอเอ ได้ตามมาตรา 11 ของพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจะช่วยประสานหน่วยงานที่ดูแลโครงการและแนะนำให้ทำเอชไอเอก่อน และ 4.การจัดทำเอชไอเอเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่

 "ร่างเกณฑ์เอชไอเออยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ คาดว่าเดือนตุลาคมนี้จะเสนอเข้าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากเห็นชอบ จะเสนอนายกฯ ลงนามและประกาศใช้เดือนตุลาคมนี้ เกณฑ์เอชไอเอนี้จะช่วยผ่าทางตันในมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ทำให้ทุกฝ่ายทั้งประชาชน ภาครัฐ เอกชนและธุรกิจทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดโดยไม่บังคับกัน เช่น ดูว่าโครงการนั้นทำให้ชุมชนเสียหายอย่างไร จะลดความเสียหายแบบไหน" นพ.อำพลกล่าว