
จุรินทร์ลั่นพบละเมิดทางเพศนร.ครู-ผู้บริหารมีความผิด
จุรินทร์ระบุความรุนแรงเกิดจากคน 3 กลุ่ม ลั่นหากพบมีการละเมิดทางเพศนักเรียน ถือว่าเป็นความผิดผู้บริหาร ฐานร่วมกันปกปิด
เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 27 ส.ค.มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสาธารณะร่วมสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรง โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดงาน คณะผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน เข้าร่วมประมาณ 500 คน ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค
นอกจากนี้ ภายในงานมีการเผยแพร่ผลสำรวจเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนระหว่างนักเรียนด้วยกัน สำรวจเมื่อปี 2549 ในกลุ่มนักเรียนชั้น ป.4-ม.2 ในโรงเรียน 8 จังหวัดทุกภูมิภาค พบว่านักเรียนร้อยละ 40 เคยถูกรังแก โดยพฤติกรรมที่พบมากที่สุด คือ การทำร้ายจิตใจด้วยวาจา เช่น ล้อเลียนให้อับอาย การเหยียดหยามดูถูกเชื้อชาติหรือผิวพรรณ ขณะที่บางส่วนถูกรังแกโดยการแย่งสิ่งของและเงิน โดยนักเรียนชายมีการทำร้ายร่างกาย ขู่บังคับ และรุกรานทางเพศมากกว่านักเรียนหญิง ขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่บอกใครว่าถูกรังแก ขณะที่ครูบางส่วนละเลยที่จะหยุดพฤติกรรมการรังแกกัน
นายจุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ศธ.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งการจัดเวทีสาธารณะนั้น เพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้น โดยทาง มสช. ได้ลงไปนับหนึ่งในการแก้ปัญหา ดังนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ศธ.จะรับไปดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาลดความรุนแรงโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ มีความสำคัญไม่น้อยกว่าบ้านหลังแรกคือครอบครัว ย่อมมีสมาชิกมากกว่าครอบครัว เพราะฉะนั้นมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาก็มีมากขึ้น
ที่มาของการเกิดความรุนแรงในโรงเรียน หากวิเคราะห์ ความรุนแรงส่วนใหญ่เกิดจากบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา 2. กลุ่มนักเรียน และ 3. กลุ่มบุคคลภายนอก ซึ่งสาเหตุที่จะเกิดความรุนแรงย่อมมีความแตกต่าง จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามต้องลงไปแก้สาเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งการเกิดความรุนแรงไม่ได้เกิดเฉพาะทางร่างกายเท่านั้น แต่จะรวมทั้งจิตใจด้วย เช่น ทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการเปิดเวทีครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ ในการหาแนวทางร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นจะต้องร่วมมือกันกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชน และองค์กรภาครัฐและเอกชน ดังนั้นเมื่อมีมาตรการที่ชัดเจนแล้ว ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากปล่อยไว้จะเกิดความรุนแรงรอบที่ 2 3 และรอบต่อไป ขณะเดียวกัน ศธ.มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นนโยบายที่ชัดเจน
นายจุรินทร์ กล่าวภายหลังปาฏกถาว่า ดำเนินการจัดเวทีสาธารณะ เพื่อนำเสนอผลการดำเนินการในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่ต่างๆหลายจังหวัด นำเสนอที่ประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมนำมาสู่ข้อสรุปว่า การที่จะลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในร.ร. ควรจะดำเนินการอย่างไร ศธ. พร้อมที่จะรับผลจากการระดมความเห็นและผลการศึกษาทั้งหมด เพื่อที่จะสั่งการเชิงนโยบายต่อไป ในการนำไปสู่การลดปัญหาหรือแก้ปัญหา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในร.ร.ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงการกระทำต่อเด็ก ที่มีผลต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
“แนวทางการดำเนินการเบื้องต้น อย่างน้อยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน มาตรการป้องปรามและมาตรการในการที่จะต้องลงโทษอย่างรุนแรง ถ้ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น มีการละเมิดทางเพศต่อเด็ก นักเรียน รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็จะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังจะปล่อยปละละเลยและปล่อยให้ผู้กระทำผิดต่อนักเรียนลอยนวลไม่ได้ หรือจะช่วยกันปกปิดก็ไม่ได้ ต้องถือว่าเป็นความผิดของผู้บริหารโรงเรียน และผู้ที่รับทราบรับรู้และร่วมกันปกปิด ถือเป็นนโยบายที่มีความชัดเจน หวังว่าเมื่อได้มาตรการที่เป็นรูปธรรม จะได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการกระทำความรุนแรงต่อนักเรียนในอนาคต นอกจากจะดำเนินการตามกฎหมายแล้วในทางจรรยาบรรณวิชาชีพก็จะต้องมีการดำเนินการ หากปกปิดถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระทำความรุนแรงต่อนักเรียน” รมว.ศธ.กล่าว



