
สจล.ปรับโฉมบัณฑิต 5 อุตสาหกรรมฯ รองรับไทยแลนด์4.0
สจล.ปรับหลักสูตร –แนวการเรียนการสอน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี พัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 เร่งสร้างบุคลากรรองรับ 5 อุตสาหกรรม เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่าตามที่ ทปอ.ได้เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงบทบาทมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนหลักสูตรการเรียนการสอน ให้สอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในส่วนของ สจล. ได้ดำเนินการปรับหลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอน ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ซึ่งการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามความต้องการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” สอดคล้องนโยบายของ สจล. ที่ต้องการพัฒนาประเทศด้วยองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
โดยขณะนี้ สจล.เร่งวางนโยบายและรูปแบบการศึกษา เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน ประกอบไปด้วย 1. กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (Food, Agriculture & Bio-Tech) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผนวกองค์ความรู้สู่การเป็น Smart Farmer ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ โดยเฉพาะความต้องการของตลาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ต่อยอดจากงานวิจัย เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและศักยภาพของเกษตรกรไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ
2. กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness&Bio-Med) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ถือเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านสาธารณสุข สุขภาพ และการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่บุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา อย่างไรก็ตาม สจล. จึงจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์นานาชาติ เพื่อมุ่งสร้างองค์ความรู้เชิงลึกให้ครอบคลุมทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีคุณภาพแก่วงการแพทย์และสาธารณสุขไทย
3. กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม (Smart Devices, Robotics & Mechatronics) เนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 จะพลิกโฉมวงการผลิตอย่างสิ้นเชิง โดยมีการเพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์อิจฉริยะ รวมถึงหุ่นยนต์และระบบเครื่องกลเข้ามาควบคุมสายการผลิตมากขึ้น สจล. ได้ผนวกความรู้และทักษะในการคิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์กลุ่มนี้ สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม 4. กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (Digital, IoT, Artificial Intelligence & Embedded Technology) สจล. ได้มุ่งส่งเสริมให้คณะและภาควิชาต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ ซึ่งถือเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services) จากสถิติพบว่ามูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย ในปี 2557 มีมูลค่าสูงถึง 1.61 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 13.18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ
“สจล. เน้นจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างไอเดียใหม่ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ ไม่เฉพาะกับนักศึกษาในภาควิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง ภาควิชานิเทศศิลป์ ภาควิจิตรศิลป์ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาควิชาและคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้วย ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสอดรับกับการทำงานของโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วย คือทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรคาดหวังอย่างมากจากแรงงานในอนาคต” อธิการบดีสจล.กล่าว



