ไลฟ์สไตล์

ห้องเรียนกลางนา

ห้องเรียนกลางนา

28 ส.ค. 2552

เว้นว่างห่างหายจากการเขียน (ไดอารี่) มาแรมปี วันนี้ผมยังรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนที่โชคดี และมีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งในโลก ในบรรดาคนที่เรียกตนเองว่า มีความสุข เนื่องเพราะชีวิตเรายัง “เป็นไท” ได้ใช้ชีวิตที่อยากจะใช้ ได้ทำอะไรที่อยากจะทำ รู้สึกว่าชีวิตลงตัว แ

 ผมพอใจที่จะเป็นเพียง เต่าน้อยในลำธาร มากกว่าการเป็นเต่าปิดทองที่ถูกเทิดไว้บนหิ้งบูชา โลกของผมยังคงง่าย ๆ มีเพียงนกกา ขุนเขา ต้นไม้ สายลม แสงแดด และงานที่รักเป็นเพื่อน งานของผมคืองานอะไรก็ได้ ที่ผมพึงใจทำ ผมพึงใจที่จะอยู่ในป่า มากเสียกว่าการเป็นศาสตราจารย์อยู่บนหอคอยแก้วเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหลายคนอาจจะนึกหมั่นไส้ว่า “องุ่นเปรี้ยว” นั่นก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะคิดได้ แต่ไม่มีผลต่อการกระทำใดใด ที่เราพึงใจทำในสิ่งที่เราเลือกแล้ว

 วันนี้ผมเป็น “ชาวนา” เหมือนกับที่บรรพบุรุษเคยเป็น อาชีพที่ชาวโลกเขานึกเหยียดหยามกันนักว่า “ต่ำต้อย” แต่ผมกลับรู้สึกว่า มีเกียรติเสียเต็มประดา ที่ทำนาอยู่กลางทุ่ง

 ในนามีอุ้ยก๋อง อุ้ยเตียว และนายไม้ ช่วยกันทดลองวิธีทำนา “แบบใหม่” ที่ผมได้มาจากหนังสือ “เกษตรกรรมธรรมชาติ” เป็นทฤษฎีของ “อองรี เดอ โลลานี” ชาวฝรั่งเศสเขาแนะนำวิธีปลูก “ข้าวต้นเดี่ยว” มันน่าลองทำ

 ผมนึกสนุก จึงเรียกคนในอาศรมมาลองทำ วันนี้ทุกคนเป็นนักเรียน ไม่เว้นแม้กระทั่งชายแก่อายุกว่า ๗๐ เช่น อุ้ยก๋อง เพราะนี่เพิ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เราจะได้ทดลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ใครผ่านไปผ่านมา ก็คงอดนึกขันไม่ได้ว่า เราเล่นขายของอะไรกันอยู่

 เพราะต้นกล้าเพียง ๑๐ วัน เราก็บรรจงแคะมาจิ้มไว้ในแปลงนา ที่เราเตรียมเอาไว้ทีละต้น ๆ หลักการง่าย ๆ ก็คือ ไถคราดธรรมดา แล้วทำแปลงนาให้เสมอกัน โดยทำร่องน้ำไว้ริมคันนา และตรงกลาง เพื่อจะได้ทดน้ำเข้า-ออกได้ง่ายขึ้น

 ก่อนปลูกก็ทำแปลงนาให้เป็นโคลน แล้วปลูกห่างกันราว ๑ ศอก หลังจากนั้นก็คอยดูแลน้ำเข้า-ออก และคอยกำจัดวัชพืชเท่านั้น

 ผมชอบวิธีคิดของเขาที่ว่า “ต้นข้าวดุจเทพเจ้าที่เราจะต้องใส่ใจ ให้ความเคารพ และคอยปรนนิบัติเขาด้วยความรัก เมื่อเขาได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากเรา เขาก็จะให้ผลิตผลมากมายหลายเท่า เท่าที่ศักยภาพของเขาจะให้ได้”

 เพราะฉะนั้น การทำนาแบบนี้ จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ทำนาแบบประณีต”
 ผมว่า นี่คือหัวใจของมัน เพราะการกระทำทุกอย่างต้องการความตั้งใจ ใส่ใจ เต็มใจ พอใจ และทำอย่างสุดจิตสุดใจ หรือทำแบบถอดหัวใจทำนั่นเอง   

 เมื่อทำอะไรแบบถอดหัวใจทำ งานไหนๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก งานใหญ่ คนกวาดขยะ หรือว่ารัฐมนตรี ก็มีค่า และมีเกียรติได้ปานๆ กัน

"เสกศิลป์ วิชญางกูร"