ไลฟ์สไตล์

ภัยร้าย..เบาหวาน

ภัยร้าย..เบาหวาน

28 ส.ค. 2552

โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดขึ้นโดย ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยเบาหวานเป็นผลมาจากการขาดฮอร์โมน “อินซูลิ หรือประสิทธิภาพการทำงานของ “อินซูลิน” ลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ

โรคเบาหวานสามารถแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 2  ชนิด
 โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย หรือผลิตได้น้อยมาก และมักตรวจพบตั้งแต่วัยเด็ก หรือเริ่มเข้าวัยผู้ใหญ่ ผู้ป่วย 1  มักต้องรับการรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน
 โรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบมากในผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ในประเทศไทย (ประมาณร้อยละ 95)  และผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ทั่วโลก ชนิดนี้ ตับอ่อนยังคงผลิตอินซูลินได้ แต่อาจผลิตในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

อาการของโรคเบาหวาน
 - ปัสสาวะบ่อยและมาก ปัสสาวะกลางคืน
 - คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก
 - หิวบ่อย รับประทานจุแต่น้ำหนักลดลง และมีอาการอ่อนเพลีย
 - ถ้าเป็นแผลจะหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนังบ่อย
 - ติดเชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณช่องคลอด
 - ตาพร่ามัว
 - ชาปลายมือ ปลายเท้า
 โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก มักพบในผู้ป่วยซึ่งการควบคุมเบาหวานไม่ดี     อาจมีการติดเชื้อแทรกเป็นตัวกระตุ้น จะมีอาการของเบาหวานรุนแรงขึ้น  ผู้ป่วยอาจจะซึม จนกระทั่งหมดสติ บางรายมีอาการชักกระตุกเฉพาะที่  ถ้ามีภาวะเลือดเป็นกรดร่วมด้วย   ผู้ป่วยจะหายใจหอบ
 โรคแทรกซ้อนเรื้อรัง
 1. โรคหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
 2. อัมพฤกษ์และอัมพาตจากหลอดเลือดสมองอุดตัน
 3. โรคความดันโลหิตสูง
  4. ปวดน่องเวลาเดินนานๆ จากหลอดเลือดที่ขาตีบ หรือเกิดแผลจากขาดเลือด
 โรคแทรกซ้อนจากหลอดเลือดฝอย
 1. โรคแทรกซ้อนทางตา เช่น อาการตามัว เบาหวานขึ้นตา (retinopathy)
 2. โรคแทรกซ้อนทางไต ทำใหไตเสื่อม ไตวาย
 โรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท มีอาการชาตามเท้าและมือ หรืออาจมีอาการปวดก็ได้

ควรตรวจหาโรคเบาหวานเมื่อใด
 -  ผู้มีอาการของโรคเบาหวาน
 - ผู้ที่ไม่มีอาการ แต่อายุเกิน 40 ปี (ถ้าตรวจแล้วปกติให้ตรวจซ้ำทุก 3 ปี)
 - ผู้ที่ไม่มีอาการ แต่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ดังนี้
 ง         พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคเบาหวาน
 ง         น้ำหนักตัวมาก ดัชนีมวลกาย ? 25 กก./ตารางฟุต
 ง         มีประวัติ “ความทนต่อกูลโคส”  ผิดปกติ
 ง         ความดันโลหิตสูง (มากกว่า 140/90 มม.ปรอท)
 ง        ระดับไขมัน เอชดีแอล ต่ำกว่า 35 มก./ดล. และ/หรือ ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 250 มก./ดล.
 ง         คลอดบุตรที่มีน้ำหนักเกิน 4 กก. หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
 -           มีระดับ HDL- cholesterol  ? 35 กก.ดล. และ/หรือไตรกลีเซอไรด์  ? 250 มก.ดล.ในเลือด
 -           ออกกำลังกายน้อย
 -           มีโรคของหลอดเลือด
 -           มีภาวะสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน : Polycystic ovarian syndrome, acanthosis nigricans              
 
  การดูแลตนเองเมื่อเป็นเบาหวาน
1.       เรียนรู้เรื่องเบาหวาน
2.       ควบคุมอาหาร รับประทานสม่ำเสมอ
3.       ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ
4.       วัดผลการควบคุม
5.       พบแพทย์ตามนัด และใช้ยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาเบาหวานบางชนิดมักมีอาการต่อไปนี้:
-           รู้สึกไม่สบายเฉียบพลัน
-           หิวมาก มือสั่น เหงื่อออกมาก ตัวเย็น เห็นภาพซ้อน
-           หน้าซีด พูดไม่ชัก
-           กรณีรุนแรงมากอาจชัก หมดสติ
-           ถ้าเกิดเวลากลางคืน ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ตื่นขึ้นมา
การป้องกัน
 1. รับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลาและจำกัดปริมาณอาหารแต่ละมื้อให้พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป
 2. ฉีดยา และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งปริมาณและให้ตรงตามเวลาที่ควรได้รับ
 3. ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่ต้องรับประทานยาสำหรับโรคอื่นๆ ร่วมด้วยเพราะยาเหล่านั้นอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
 4. ควรมีน้ำผลไม้ ลูกกวาด น้ำตาลก้อนติดตัวไว้กรณีฉุกเฉิน
โรงพยาบาลธนบุรี
โทร. 0-2412-0020