
หญิงท้องสิทธิรักษาว่างประสานผ่านเฟสบุ๊คบัตรทองผ่าคลอดทันวัน
หญิงท้องแก่สิทธิรักษาว่าง ประสานผ่านเฟสบุ๊คช่วยผ่าคลอดทันวันกำหนด ไม่ต้องจ่ายเงินเอง สปสช.ย้ำกรณีรอสิทธิปรากฏในระบบ กรณีเร่งด่วนเข้ารักษาที่รพ.ใดก็ได้
นางบำราศ บุญสะอาด อายุ 20 ปี ชาวเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เล่าว่า เมื่อวันที่12 ธันวาคม 2559 ได้เข้าผ่าตัดคลอดที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี ซึ่งเป็นหน่วยบริการใกล้บ้าน โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง โดยได้ประสานข้อความช่วยเหลือเรื่องการใช้สิทธิผ่านเฟสบุ๊คก้าวใหม่ สปสช. เนื่องจากในช่วงอายุครรภ์8 เดือน สิทธิประกันสังคมได้หมดการคุ้มครอง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559จึงได้ไปทำการขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิระบบบัตรทองยังสำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า สิทธิบัตรทองจะปรากฏขึ้นในระบบวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ก่อนที่สิทธิจะปรากฏ จะมีสถานะสิทธิว่าง
“ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง กังวลใจมาก เพราะมีกำหนดคลอดในวันที่13 ธันวาคม 2559 หากต้องจ่ายค่าคลอดเองก็ไม่มีเงินมากพอ จึงได้ลองโพตส์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คก้าวใหม่ สปสช.เพื่อขอความช่วยเหลือดู ไม่นานเจ้าหน้าที่ สปสช.ติดต่อกลับก็ได้รับคำยืนยันว่าในช่วงที่รอสิทธิปรากฏในระบบ กรณีเร่งด่วนผู้มีสิทธิสามารถเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลใดก็ได้ รวมถึง การคลอด ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนที่รับดูแลผู้ป่วยบัตรทอง”นางบำราศกล่าว
นางบำราศ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานเคลียร์เรื่องการใช้สิทธิว่างการเบิกจ่ายค่ารักษากับ รพ.เอกชนดังกล่าว ทำให้ในที่สุดสามารถเข้ารับบริการคลอดยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ได้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 ก่อนถึงวันกำหนดคลอดหนึ่งสัปดาห์ โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและลูกที่คลอดมาเป็นเด็กหญิง น้ำหนักแรกคลอด 3,160 กรัม แข็งแรงดี หากไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองจะต้องจ่ายเงินเองคงต้องเดือดร้อนมากแน่
ด้าน นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ประธานกลุ่มภารกิจงานสาขาเขตและการมีส่วนร่วม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ทันทีที่ สปสช.ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์เข้ามาในช่องทางต่างๆ เช่น สายด่วน สปสช. 1330 หรือเฟสบุ๊คก้าวใหม่ สปสช. เจ้าหน้าที่จะประสานเพื่อแก้ไขปัญหาให้โดยเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการตามหลักเกณฑ์ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยบริการ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องรับบริการเร่งด่วน อย่างกรณีรับบริการในช่วงสิทธิว่างข้างต้น ซึ่งบางครั้งอาจเกิดความไม่เข้าใจในหลักเกณฑ์การใช้สิทธิของฝ่ายผู้รับบริการหรือผู้ให้บริการ จำเป็นต้องมีการประสานและชี้แจงเพื่อความเข้าใจ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการและใช้สิทธิบริการรักษาพยาบาลได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ จากข้อมูลในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 สปสช.ได้ให้บริการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนจำนวน 2,208 เรื่อง เป็นเรื่องไม่ได้รับบริการตามสิทธิที่กําหนด จํานวน 824 เรื่อง หรือร้อยละ 37.32 เรื่องไม่ได้รับความสะดวกตามสมควร จํานวน 514 เรื่องหรือร้อยละ 23.28 เรื่องถูกหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการโดยไม่มีสิทธิจะเรียกเก็บ จํานวน 485 เรื่อง หรือร้อยละ 21.97 และเรื่องการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน จํานวน 385 เรื่อง หรือร้อยละ 17.44 ทั้งนี้ในจำนวนเรื่องร้องเรียนที่เข้ามานี้ สปสช.ดําเนินการแล้วเสร็จจํานวน 1,974 เรื่อง โดย สปสช.แก้ไขภายใน 25 วันทําการจํานวน 1,520เรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 73.89
ในส่วนของการรับเรื่องร้องทุกข์ โดยช่วง 2 ไตรมาสแรกปี 2559 สปสช.รับบริการร้องทุกข์จํานวน 2,970 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิไม่ตรงตามจริง เช่น สิทธิซ้ำซ้อนกับสิทธิสวัสดิการข้าราชการ สิทธิประกันสังคม จํานวน 1,473 เรื่อง หรือร้อยละ 51.63 รองลงมาเป็นเรื่องขอความช่วยเหลือ 523 เรื่อง หรือร้อยละ 18.33และเรื่องการลงทะเบียนและเลือกหน่วยบริการ 414 เรื่อง หรือร้อยละ 14.51



