
ย้ำรักษาฟรีเจ็บป่วยฉุกเฉินกรณีวิกฤติสีแดงเท่านั้น
แก้ชื่อนโยบายเป็น “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่” แก้ประชาชนเข้าใจผิด ย้ำรักษาฟรี72 ชม.แรก กรณีวิกฤติสีแดง สธ.เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์ หวังใช้ทันสงกรานต์
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในฐานประธานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน(กพฉ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกพฉ.ว่า ได้เห็นชอบให้มีการเปลี่ยนชื่อ จากนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ เป็นนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่ เนื่องจากชื่อโครงการเดิมมีลักษณะที่เกินกว่าความเป็นจริง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในการรับบริการตามโครงการนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วโครงการมุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินที่อยู่ในภาวะวิกฤติ หรือฉุกเฉินสีแดง ในเวลา 72 ชั่วโมง โดยสามารถเข้ารับการรักษาได้ในโรงพยาบาลนอกสิทธิ์และผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง โดยใช้ได้กับทั้งผู้มีสิทธิ์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง) ประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการ
รมว.สธ. กล่าวอีกว่า ตนได้มอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)ในฐานะกำกับดูแลสถานพยาบาลตามพรบ.สถานพยาบาล(ฉบับที่4) พ.ศ.2559ให้เร่งจัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉินให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาก่อนนำมาใช้ ส่วนค่ารักษาพยาบาลที่จะให้แก่รพ.เอกชนที่รักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติสีแดง ใช้ตามอัตราตารางราคาและอัตราจ่าย(Fee Schedule)ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.)จัดทำเสร็จเรียบร้อยและผ่านความเห็นชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว
การจ่ายชดเชยให้กับสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยในโครงการนี้ เบื้องต้นจะให้สำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ทำหน้าที่สำรองจ่ายไปก่อนแล้วเรียกเก็บจากกรมบัญชีกลางและประกันสังคมในภายหลังเหมือนที่ทำมา แต่ในอนาคตแต่ละกองทุนรักษาพยาบาลจะต้องดำเนินการจ่ายให้กับสถานพยาบาลเอง
ด้าน นพ.วิศิษฐ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า สำหรับนโยบายนี้ กรมได้มีการยกร่างประกาศค่ารักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งนำมาจากอัตราที่สพฉ.ทำเอาไว้ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก่อนเสนอรมว.สธ.พิจารณาและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้ชื่อ เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์ในปี 2558 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและได้รับมอบหมายให้เป็นประธานกพฉ.
ส่วนในมาตรา 36 พรบ.สถานพยาบาล(ฉบับที่4) พ.ศ.2559 ระบุว่า สถานพยาบาลต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียยวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ในสภาอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ
อนึ่ง นิยามป่วยฉุกเฉินวิกฤต(สีแดง) ที่จะได้รับการสิทธิตามนโยบายนี้ ตามที่สพฉ.เคยระบุไว้ ได้แก่ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหันซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะ มีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำ ให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ได้อย่างฉับไว



