ไลฟ์สไตล์

เด็กเสียงข้างน้อยเข้าไม่ถึงสิทธิตามพรบ.ป้องกันท้องในวัยรุ่น

เด็กเสียงข้างน้อยเข้าไม่ถึงสิทธิตามพรบ.ป้องกันท้องในวัยรุ่น

15 ก.พ. 2560

เด็กเสียงข้างน้อยสะท้อนเข้าไม่ถึงสิทธิตามพรบ.ป้องกันท้องในวัยรุ่น คนในสังคมยังไม่เปิดกว้างยอมรับ

     จากเวทีเสวนา เรื่อง “เพศของเรา: เรื่องเล่าจากเสียงข้างน้อย” ในการประชุมระดับชาติ เรื่องสุขภาวะทางเพศครั้งที่ 2 เมื่อเร็วๆนี้ น.ส.ณัฐยา บุญภักดี เจ้าหน้าที่งานเยาวชน กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่งานเยาวชน กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็พบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตนอกระบบการศึกษา วัยรุ่นที่มีเชื้อเอชไอวี วัยรุ่นกลุ่มชาติพันธุ์ และวัยรุ่นจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังถูกเหลื่อมล้ำการเข้าถึงสิทธิทางเพศหรือเข้าไม่ถึงสิทธิต่างๆตามพรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559

       น.ส.ดารารัตน์ รวมสุข กลุ่มพาวเวอร์ทีน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการทำงานเห็นว่าเด็กกลุ่มที่ติดเชื้อก็เหมือนกับเด็กทั่วไป มีความรู้สึก มีอารมณ์ทางเพศเหมือนคนปกติ แต่แตกต่างที่น้องต้องกินยาและรักษา ซึ่งการกินยาและรักษาอย่างต่อเนื่องและการเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องและควรมีสิทธิในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคม แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบที่แสดงถึงความไม่เท่าเทียม เช่น กรณีเด็กคนหนึ่งที่ได้กินยาตั้งแต่เด็ก ก็ได้ไปรับบริการกับสถานบริการใกล้บ้านเพราะอยากมีครอบครัวเหมือนคนปกติ เมื่อไปถึงพยาบาลก็จับฝังยาคุม เพราะการฝังยาคุมจะทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายไปหาคนอื่นและยุติการตั้งครรภ์ได้เพราะเห็นว่าจะไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ลูก โดยที่ไม่ให้น้องได้มีส่วนในการตัดสินใจ ซึ่งหากมีการควบคุมหรือกินยาต่อเนื่องเด็กก็สามารถมีเพศสัมพันธ์และมีลูกได้

       นายพัดลี โตะเดร์ กลุ่มลูกเหลียง จ.ยะลา กล่าวว่า พื้นที่ของตนเป็นมุสลิมส่วนใหญ่ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับกับการสอนเพศศึกษาให้แก่เด็ก ผู้ปกครองยังเห็นว่าไม่เหมาะสมกับการเรียนการสอน เช่น สอนให้สวมถุงยาง สอนให้กินยาคุม เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นข้อห้ามของศาสนาจึงทำให้เกิดปัญหามากในพื้นที่ ซึ่งแม้ว่าจะมีกฎหมายว่าให้เด็กที่ตั้งครรภ์สามารถเรียนต่อได้ แต่เนื่องจากโรงเรียนจะสอนในเรื่องหลักศาสนา แค่ได้ข่าวว่าเด็กมีเพศสัมพันธ์กันเด็กก็ต้องออกจากโรงเรียนแล้ว

       “ในโรงเรียนแห่งหนึ่งจะห้ามไม่ให้นำโทรศัพท์ไปโรงเรียนด้วยแต่มีกรณีที่เด็กแอบนำโทรศัพท์เข้าไป เมื่อครูตรวจเจอก็นำโทรศัพท์มาเช็ค และเห็นรูปที่ตรวจครรภ์ ด้วยความตกใจเด็กก็เล่าความจริงและเปิดแชทที่คุยกับแฟนให้ครูดูจนหมด และมีข้อความว่าดีใจจัง ไม่ท้องแล้ว และยังเล่าให้ครูฟังว่าเคยทำแท้งมา ซึ่งเรื่องนี้สื่อให้เห็นว่าเด็กไม่สามารถเข้าถึงความรู้ในเรื่องเพศศึกษาถึงขนาดว่าแอบไปทำแท้งแล้ว ซึ่งหลังเกิดเรื่องเด็กก็ถูกไล่อออกจากโรงเรียนผู้ปกครองรับไม่ได้และเด็กคนนั้นก็ไม่กลับบ้าน 3-4 วัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแม้การไล่ออกจะรุนแรงแต่ก็ต้องยึดตามหลักศาสนา”นายพัดลีกล่าว

        น.ส.ศศิธร พาสี กลุ่มพลังโจ๋พลังสร้างสรรค์เพื่อการสื่อสารสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัยและเป็นสุข จ.แพร่ กล่าวว่า จากการทำงานพบว่ามีเด็กออกจากระบบการศึกษาจากการที่ครูในโรงเรียนไม่เปิดกว้างเรื่องเพศ เคยมีเด็กคนหนึ่งพกถุงยางมาโรงเรียนเมื่อครูพบได้เผาถุงยางต่อหน้าน้อง ทำให้เด็กออกจากระบบการศึกษาและครูก็ไม่ห้าม บอกว่าไม่ต้องการคนแบบนี้ พอไม่จบ ม.3 ไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับ และเด็กเหล่านี้มักมีความเชื่อทางเพศผิดๆ เช่นยืนมีเพศสัมพันธ์ไม่ท้อง มีเพศสัมพันธ์ในน้ำไม่ท้อง ใส่ถุงยางหลายๆชั้นไม่ท้อง และการหลั่งนอกไม่ท้อง เป็นต้น ซึ่งก็ทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ถูกต้อง นำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ซึ่งก็อยากให้ผู้ใหญ่และสังคมเข้าใจในตัว พรบ เพื่อให้เด็กกลุ่มน้อยได้มีจุดยืนในสังคม และเข้าใจถึงปัญหาว่าการที่เด็กตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมเกิดจากสาเหตุใด