
ชาวเขาชีวิตเปลี่ยน"เลิกฝิ่น"...สร้างรายได้เดือนละกว่า1แสน
“เมทาโดน”ทดแทน“ฝิ่น” คืนกำลังคน.....สู่สังคม 0 พวงชมพู ประเสริฐ 0
เกิดขึ้นได้จริง!!! ชาวเขาในจ.เชียงใหม่สามารถเปลี่ยนชีวิตที่เคยนอนซมอยู่กับบ้าน ไม่มีเรี่ยวแรงจากการติดสูบฝิ่น กลับมาสร้างรายได้จากการเกษตรได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท เป็นผลจากการที่เขากล้าที่จะเข้ารับการรักษาที่รพ. โดยการให้สารเมทาโดนทดแทนฝิ่น
“ในช่วงแรกที่จะเริ่มโครงการให้เมทาโดนกับชาวเขาที่ติดฝิ่น หมอขึ้นไปในพื้นที่ชุมชนชาวเขา ก็จะมีฝ่ายปกครองตามหลังขึ้นไป ทำให้ชาวบ้านไม่ไว้ใจกลัวว่าหมอจะไปจับ เขาก็บอกว่าหมออย่าขึ้นไปอีกไม่งั้นจะยิง ทำให้หมอไม่กล้าขึ้นไปอีกเลยเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะค่อยๆนำโครงการสุขภาพอื่นๆเข้าไปก่อน เพื่อสร้างความไว้ใจ เช่น การให้วัคซีนต่างๆ เมื่อมีความไว้ใจก็ค่อยถามเรื่องคนที่ต้องการเลิกฝิ่น” พญ.พอใจ มหาเทพ หัวหน้างานยาเสพติดและจิตเวช รพ.แม่แตง เผยถึงความยากลำบากในระยะเริ่มตามนโยบายลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด ให้เมทาโดนระยะยาว ภายใต้โครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน
อ.แม่แตง จัดได้ว่าเป็นอำเภอเขตชั้นในของจ.เชียงใหม่ห่างจากตัวเมืองราว 40 กิโลเมตร แม้ไม่มีอาณาเขตติดชายแดน แต่ที่นี่ก็มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด และมีชาวไทยภูเขาจำนวนไม่น้อยยังคงสูบฝิ่น จึงเป็นที่มาให้ รพ.แม่แตง หน่วยบริการสาธารณสุขหลักในพื้นที่ มุ่งเน้นให้การรักษาด้วยการให้สารทดแทนเมทาโดนกับผู้สูบฝิ่น ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 จากที่ไม่มีผู้ป่วยมารักษาเลย จนปี 2558 มีผู้ป่วย 81 คนและปี 2559 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 118 คน
“ตอนแรกที่รพ.แม่แตงยังไม่มีการให้บริการเมทาโดน ก็แนะนำคนไข้ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาให้ไปเข้ารับการรักษาด้วยเมทาโดนที่รพ.อื่น แต่ชาวบ้านไม่ไปเพราะเสียค่าเดินทาง เมื่อรพ.แม่แตงมีการให้บริการเรื่องนี้ ระยะเริ่มก็ล้มลุกคลุกคลาน คนไข้ยังไม่กล้าเข้ามารับการรักษา กลัวว่าเมื่อเปิดเผยตัวแล้วจะถูกจับ ชุมชนก็ไม่ให้ความร่วมมือ ช่วงแรกเจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปหาคนไข้ถึงที่บ้าน เมื่อมีคนเริ่มมารักษาแล้วสภาพดีขึ้น เห็นผลจึงการบอกต่อๆกันไป ทำให้กล้าที่จะเข้ามารับบริการมากขึ้น” พญ.พอใจให้ข้อมูล
ในการให้บริการเมทาโดน พญ.พอใจ บอกว่า เริ่มจากการประเมินร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดและสั่งจ่ายเมทาโดนโดยแพทย์เฉพาะทาง จากนั้นสอนวิธีการกินยาเมทาโดน ครั้งแรกให้รับยาในรพ.และกินยาต่อหน้าเภสัชกร แต่ด้วยความไกลของหมู่บ้านและรพ.ชาวบ้านจึงไม่สะดวกที่จะมารับยาที่รพ. จำเป็นต้องขยายไปให้รับยาได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ที่เป็นเครือข่ายของรพ.และอยู่ใกล้หมู่บ้านแทน และให้นำกลับไปกินที่บ้านตามขนาดที่แพทย์สั่ง
“ผลของการรักษาด้วยการให้เมทาโดนทดแทนฝิ่น จะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น มีแรงไปทำงาน ไม่นอนซมเซาอ่อนแรงอยู่ที่บ้านเหมือนช่วงที่สูบฝิ่น อาการปวดเมื่อยร่างกายก็ทุเลาลง เมื่อทำงานได้ก็มีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวมากขึ้น และมีบางคนที่เข้ารับการรักษาสามารถเลิกได้ทั้งฝิ่นและไม่ต้องดื่มเมทาโดนทดแทนด้วย โดยมีกรณีศึกษาที่มารักษาพร้อมกันทั้งครอบครัว 3คนมี ลูก 19ปีและพ่อแม่ หลังดื่มเมทาโดนทดแทนและลดปริมาณการดื่มลงเรื่อยๆจาก 20 มิลลิกรัมต่อวัน ลดลงเรื่อยๆใช้เวลา 4 เดือนก็เลิกได้ทั้งฝิ่นและเมทาโดน เมื่อถามว่าเลิกได้อย่างไร คำตอบที่ได้คือต้องย้ายออกจากพื้นที่ เพราะหากยังอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมก็มีโอกาสกลับไปสูบอีก” พญ.พอใจกล่าว
เช่นเดียวกับที่อ.ไชยปราการ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 128 กิโลเมตร ต้องเดินทางข้ามภูเขาและมีพื้นที่บางส่วนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็น 1 ใน 5 พื้นที่สีแดงที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดรุนแรง นพ.ทวิช แก้วประเสริฐ ผอ.รพ.ไชยปราการ กล่าวว่า รพ.จึงได้จัดระบบการบำบัดผู้ติดฝิ่น ด้วยการให้ดื่มเมทาโดนแทนฝิ่น โดยผู้ป่วยต้องมารับยาที่รพ. ในปี 2556-2557 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา 314 คน แต่ยังมีปัญหาในส่วนของผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจากรพ.ไม่รับยาต่อเนื่อง เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากในการเดินทางไปรพ. ในปี 2558 รพ.จึงได้จัดตั้งศูนย์ลดอันตรายจาการใช้ยาเสพติดที่รพ.สต.สันติวนา เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการเมทาโดนให้กับผู้ป่วย เพราะรพ.สต.จะอยู่ใกล้หมู่บ้าน
นายวิทยา ผ่องศรี ผอ.รพ.สันติวนา กล่าวว่า ในพื้นที่จะมีชนเผ่าจีนยูนนาน พม่า ลาหู่ เย้า และไทยใหญ่ รพ.สต.จะให้ผู้ป่วยมารับเมทาโดนเดือนละ 1 ครั้ง โดยจะมีทีมสหวิชาชีพจากรพ.ไชยปราการมาร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยจะมารับบัตรคิว วางขวดใส่เมทาโดน ประชุมให้ความรู้ วัดความดัน เจาะเลือดในผู้ป่วยรายใหม่ทุกคน ลงข้อมูลและตรวจร่างกาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยร่วมกับอสม.อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผล
“ผลของการเข้ารับการบำบัดรักษา ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้น มีเรี่ยวแรงในการทำงาน มีผู้ป่วยที่รับเมทาโดนแล้วแข็งแรงขึ้น ปลูปอโวคาขายมีรายได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท และจากที่เห็นผู้ป่วยดีขึ้น ก็ทำให้คนอื่นที่ยังไม่เข้ามาบำบัดกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองเข้ามารับบริการมากขึ้นและคงอยู่ในระบบบำบัด 100 % มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหนืออื่นได้สามารถเชื่อประสานความเข้าใจระหว่างชาวบ้านและหน่วยความมั่นคงที่เดิมชาวบ้านจะกลัวไม่กล้าเข้ามาบำบัดให้เข้าใจกัน และสร้างข้อตกลงร่วมกันว่าถ้าผิดเงื่อนไขการบำบัด โดยไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างอื่นแล้วเจ้าหน้าที่จับกุมก็จะว่ากันตามกฎหมาย แต่หากไม่มีเจ้าหน้าที่ก็จะเพียงสอดส่องให้มีการดื่มเมทาโดนเท่านั้น ทุกคนก็เข้าใจ”นายวิทยากล่าว
การให้สารทดแทนเมทาโดนทดแทนฝิ่นนับเป็นการคืนกำลังคน กลับสู่สังคม มอแซ ชาวเขาเผ่าอาข่า วัย 53 ปี อ.แม่แตง หนึ่งในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยเมทาโดน บอกว่า สูบฝิ่นมา 6 ปี ผอม ไม่มีแข็งแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ขี้เกียจไม่อยากทำงาน ต้องใช้เงินซื้อฝิ่นวันละ 300 บาท จึงไม่มีเงินเก็บ เข้ารักษาด้วยเมทาโดนจากที่เพื่อนบอกว่าดื่มแล้วดีขึ้น โดยมารับยาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไปดื่มเองที่บ้านตามปริมาณที่แพทย์สั่ง หลังจากใช้ยาเมทาโดน กินข้าวได้จากเดิมข้าวไม่กินสูบแต่ฝิ่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 กิโลกรัมในระยะ 1 เดือน ร่างกายแข็งแรงมีเรี่ยวแรงมากขึ้น ปวดเมื่อยน้อยลง กลับมาทำงานปลูกข้าวโพก ลำไยและรับจ้างได้ จึงมีเงินเหลือเก็บ ที่สำคัญเหนืออื่นใด เมียยอมให้เข้าใกล้ไม่ไล่ตะเพิดเหมือนเดิม แถมในหน้าหนาวก็มีน้ำอุ่นอาบจากที่ภรรยาคอยดูแล
ไม่แตกต่างจาก ก่อชัง วัย 52 ปี ชาวเขาเผ่าลาหู่ ในอ.ไชยปราการ อีกผู้หนึ่งที่เข้ารับการบำบัดด้วยเมาทาโดน เล่าว่า สูบฝิ่นมา 4 ปีจากการที่เห็นเพื่อนสูบก็สูบตาม ช่วงนั้นร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่อยากทำงาน ไม่มีแรงจึงไม่ได้ทำงานเลย ต้องเสียเงินค่าฝิ่นวันละ 600-800 บาท จนเมื่อเห็นเพื่อนไปรับเมทาโดนแล้วมีแรงขึ้น จึงไปด้วย รับมาประมาณ 1 ปี จากรับครั้งแรก 12 ซีซี ตอนนี้ใช้ 8 ซีซี ตั้งใจจะลดเหลือใช้เมทาโดน 2ซีซีและเมทาโดนในที่สุด
ปัจจุบันร่างกายแข็งแรงขึ้น ทำงานได้ จึงสามารถปลูกอโวคาโดปลอดสารเคมีในพื้นที่ 80 ไร่ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้านในราคากิโลกรัมละ 85 บาท ปีที่ผ่านมาสามารถขายผลผลิตได้กว่า 1 ล้านบาท ส่วนในช่วงหน้าหนาวก็จะมาเกิดร้านขายสินค้าที่ในหมู่บ้านด้วย หากจะเฉลี่ยรายได้เป็นรายเดือนก็มากกว่า 1 แสนบาท
ท้ายที่สุด นพ.ชูชัย ศรชำนำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า การให้สารทดแทนเมทาโดนในการรักษาผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดกลุ่มฝิ่นและเฮโรอีน จัดเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยผู้ที่เข้ารับบริการภายใต้การดูแลของแพทย์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปี 2558 มีผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มฝิ่นและอนุพันธ์ของฝิ่นที่สมัครใจรับการรักษาโดยใช้ยาเมทาโดทดแทน รวม 5,458 คน ขณะที่ข้อมูลตั้งแต่ปี 2556-2558 มีผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มฝิ่นสมัครใจเข้าสู่การใช้ยาเมทาโนทดแทนสะสม 7,428 คน เฉลี่ยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 2,400 คน คิดเป็นมูลค่าการชดเชยค่ายาเมทาโดนสะสม 43,778,823 บาท หรือเฉลี่ยปีละละประมาณ 14 ล้านบาท ทั้งนี้หากรวมผู้รับการบำบัดในปี 2559 (ข้อมูล ณ ก.ค. 59) มีผู้รับการบำบัดโดยใช้ยาเมทาโดนสะสม 9,573 รายแล้ว นับเป็นมาตรการหนึ่งในการช่วยสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0



