
บราซิลแชมป์ตายจากหวัด09ทะลุ557ศพ
ยอดตายจากหวัด2009ในบราซิลแชมป์พุ่ง 557 ราย แซงหน้าสหรัฐฯ 522 ราย อาร์เจนติน่า รองลงมา 439 ราย ด้านนักวิทยาศาสตร์ฮ่องกงค้นพบวิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ขณะทีครูเกาหลีใต้คอยวัดอุณหภูมินักเรียนชั้นประถมและมัธยมทุกคน ป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใ
(27ส.ค.) กระทรวงสาธารณสุขบราซิล รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไวรัสเอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศล่าสุดเมื่อวานนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 557 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกตอนนี้ แซงหน้าสหรัฐที่เพิ่งเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมอยู่ที่ 522 ราย ขณะที่อาร์เจนติน่ามีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 439 ราย
แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลระบุด้วยว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณ 1 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อวัคซีนป้อง กันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จำนวน 73 ล้านโดส รวมทั้งจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในโรงพยาบาล อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อ และยาต้านไวรัสทามิฟูลมาสำรองไว้ แต่ก็คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังลดลง เพราะสิ้นเดือนนี้ก็สิ้นสุดฤดูหนาวในซีกโลกใต้แล้ว
ขณะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค หรือซีดีซีของสหรัฐ พยายามบรรเทาความตื่นตระหนกของประชาชนหลังมีการคาดการณ์ว่าอาจมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากถึง9 หมื่นรายในปีนี้ โดยยืนยันว่า เท่าที่ดูสถานการณ์ทั้งในสหรัฐและทั่วโลกในตอนนี้ เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะไม่สูงขนาดนั้นหากเชื้อไวรัสไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบพันธุกรรมของเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดทั่วโลกในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาก็ยังไม่พบสัญญานว่าจะมีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด
ด้านนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาฮ่องกงเผยวิธีการรักษาแบบใหม่ที่น่าจะใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอ เอช 1 เอ็น 1 ที่มีอาการหนักได้ โดยมีแผนจะสกัดเอาสารภูมิคุ้มกันจากผู้ป่วยที่หายแล้วมาใช้รักษาผู้ป่วยหนักที่ต้องรักษาตัวในห้องไอซียู
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อีวาน ฮุง จากคณะแพทย์ศาสตร์ บอกว่า วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ซึ่งเป็นวิธีใหม่ล่าสุดของโลกนี้ จะมีด้วยกัน 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือ เชิญคนที่หายป่วยจากโรคนี้มาบริจาคเลือด จากนั้นจะนำพลาสม่าของเลือดเหล่านี้ไปเข้ากระบวนการที่เรียกว่า เอช-ไอวีไอจี ซึ่งจะมีสารภูมิคุ้มกันที่มีความเข้มข้นสูง จากนั้นก็จะใช้ เอช-ไอวีไอจี ที่ได้ไปรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักซึ่งหวังว่าจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยในขั้นแรกทางทีมวิจัยจะรับบริจาคเลือดจากผู้ป่วยที่หายแล้วจำนวน 420 ลิตร จะได้ เอช - ไอวีไอจีมากพอที่จะรักษาผู้ป่วยอาการหนักได้ 63 คน
ผลการวิจัยยังพบด้วยว่าวิธีการรักษาแบบใหม่นี้ ซึ่งได้ทำการทดลองกับหนูแล้วพบว่าสามารถใช้ได้ผลดีกับการรักษาเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และน่าจะใช้ได้ผลดีกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดเมื่อปี 1918 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปราว 50 ล้าน-100 ล้านคน
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นักเรียนทั้งระดับชั้นประถมและมัธยมทุกคนและทุกโรงเรียน จะต้องผ่านการวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน เพื่อรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยโรงเรียนทุกแห่งจะได้รับคำแนะนำให้เข้มงวดในเรื่องการต่อสู้กับไว้รัส H1N1 ชนิด A หลังการปิดภาคเรียนฤดูร้อนนานหนึ่งเดือน กำลังจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้
โฆษกคนเดิม กล่าวว่า ครูที่มีเทอร์โมเตอร์ดิจิตัล จะคอยวัดอุณหภูมิของนักเรียนทุกคน ที่ประตูทางเข้าโรงเรียนทุกเช้า ส่วนโรงเรียนก็ต้องทำความสะอาด ฆ่าเชื้อห้องเรียนทุกห้องเป็นประจำทุกวัน และระงับการทำกิจกรรมกลุ่ม ปัจจุบัน เกาหลีใต้ได้รายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กว่า 3,300 คน รวมทั้งนักเรียน 926 คน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตในเดือนนี้ 2 คน
กระทรวงศึกษาธิการ ระบุก่อนนี้ว่า ให้ปิดโรงเรียน 46 แห่ง หรือเลื่อนการเปิดการเรียนการสอนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่เกาหลีใต้ยังมียาทามิฟลูเพียงพอที่จะรักษาประชาชน 5.3 ล้านคน หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ และยังจะสามารถรักษาผู้ป่วยได้มากกว่า10 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันให้เด็กนักเรียนชั้นประถมและมัธยมได้รับวัคซีนก่อน เมื่อสามารถหาได้ภายในปีนี้ ปัจจุบัน วัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ยังไม่มีวางจำหน่ายในตลาด และยังอยู่ระหว่างการทดสอบทางการแพทย์



