
นายกฯนำครม.เฝ้าถวายสักการะ “สมเด็จพระสังฆราช”
นายกฯนำครม.เฝ้าถวายสักการะ “สมเด็จพระสังฆราช” ส่วนบรรยากาศวันที่ 2 พุทธศาสนิกชน มารอตั้งแต่ 3 ทุ่มวันที่ 13 ก.พ. ทางวัดราชบพิธฯจัดระเบียบใหม่
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวันที่ 2 ที่ทางวัดเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้เฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถ ตั้งแต่วันที่ 13-15 ก.พ.ใน 2 รอบ ได้แก่ รอบเช้าเวลา 09.00-10.30 น.รอบบ่ายเวลา 14.00-16.00 น.โดยช่วงเช้าเวลา 08.15 น.สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกจากตำหนักอรุณ มายังพระอุโบสถ พร้อมประทานโอกาสให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมรศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เฝ้าถวายสักการะ จากนั้นเวลา 09.00 น.ได้เปิดให้พุทธศาสนิกชนและหน่วยงานราชการ องค์กรและคณะบุคคลเฝ้าถวายสักการะ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า เข้าสู่วันที่ 2 ในการเฝ้าถวายสักการะ พุทธศาสนิกชนทยอยเดินทางมารอเฝ้าถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง คนแรกมารอเพื่อเฝ้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 21.00 น.ของค่ำวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาและหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่บริเวณด้านข้างวัดฝั่งถนนอัษฎางค์ในเวลา 03.00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.ล่าสุดหางแถวยาวไปจนถึงปากคลองตลาด ขณะเดียวกัน ทางวัดราชบพิธฯ ได้ตั้งเต้นท์เพื่อจัดกลุ่มให้พุทธศาสนิกชนนั่งรอบริเวณด้านหน้าประตูวัดฝั่งกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อเฝ้าถวายสักการะ ในลักษณะเดียวกับการจัดระเบียบการกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนหน่วยงานราชการ องค์กร และคณะบุคคล จะต้องมาลงทะเบียนบริเวณประตูทางเข้าฝั่งถนนเฟื่องนคร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) และสน.สำราญราษฎร์ จำนวน 100 นายมาดูแลความเรียบร้อย
นายศิริวัฒน์ หวานฉ่ำ อายุ 60 ปี ชาว จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนตั้งใจมาเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 3 วัน ซึ่งวานนี้หลังจากได้เฝ้าถวายสักการะครั้งหนึ่งแล้วจึงปักหลักรอเพื่อเฝ้าถวายสักการะในวันนี้อีกตั้งแต่เวลา 21.00 น.ของค่ำวันที่ 13 ก.พ.ซึ่งวันนี้ขอชื่นชมว่ามีการจัดระเบียบดีขึ้นมากกว่าแรก มีจุดให้นั่งพักนั่งรอจัดกลุ่มเฝ้าถวายสักการะ ซึ่งมีที่นั่งได้ครั้งละประมาณ 400 คน และเมื่อคืนตนก็ได้ช่วยเจ้าหน้าที่ทหารจัดสถานที่ด้วย ซึ่งเช้านี้ทางวัดเปิดประตูตั้งแต่ 06.00 น.
“จากที่ได้ติดตามพระจริยวัตรของพระองค์ เพราะทรงเป็นพระนักปฏิบัติ ทั้งการเดินจงกลม วิปัสสานา เป็นพระที่น่ากราบไหว้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรางของขลัง ดังนั้นจึงตั้งใจว่าจะมาเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชให้ครบทั้ง 3 วันเพราะเป็นโอกาสหนึ่งในชีวิตและไม่รู้จะมีโอกาสเช่นนี้อีกเมื่อไร และผมก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องได้เหรียญตราสัญลักษณ์ ”ออป.“ และหนังสือที่ทางวัดแจกแค่ได้เฝ้าถวายสักการะก็ดีใจมากแล้ว”นายศิริวัฒน์ กล่าว
นายศิริวัฒน์ หวานฉ่ำ
ด้าน นางขวัญตา พงษ์รุ่งเรือง อายุ 53 ปี อาชีพค้าขาย ชาวจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ตนเดินทางมากับเพื่อน เข้ากราบพระพรมศพในหลวงรัชกาลที่9 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จากนั้นจึงมารอเฝ้าสักการะ สมเด็จพระสังฆราชต่อเพราะเกรงว่าหากเดินทางมาช่วงเช้า คนจะเต็มพื้นที่ไม่สามารถเข้าไป ทั้งนี้ส่วนตัวเป็นคนปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว จึงมีความเลื่อมใสศรัทธาวัตรปฏิบัติของพระองค์ ที่เรียบง่าย สมถะ จึงตั้งใจมาแสดงมุทิตาจิตถวายสักการะต่อพระองค์ท่าน เชื่อว่าด้วยพระบารมีจะทำให้ประเทศชาติร่มเย็นเป็นสุข



