
นิติมธบ.ปั้นนักกม.ตอบโจทย์โลกธุรกิจ
นิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มธบ. ปรับการเรียนการสอนตอบโจทย์ภาคเศรษฐกิจ เน้นทักษะความรู้เฉพาะทาง ทำงานเป็น ปั้นนักกฎหมายจำได้ เข้าใจ และใช้เป็น ปรับตัวเท่าทันในโลก
ผศ. ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มีการปรับการเรียนการสอนใหม่ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ โดยบัณฑิตต้องมีทักษะ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ ต้องมีความรู้เฉพาะทางและทำงานเป็น หลักสูตรใหม่จะมีกลุ่มวิชาเฉพาะที่นักศึกษาสามารถเลือกได้ว่าอยากจะเรียนแบบไหน โดยแบ่งเป็น กลุ่มวิชาเลือก กฎหมายธุรกิจนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ กลุ่มวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรม และกลุ่มวิชาเลือกนักกฎหมายภาครัฐ เพื่อให้นักศึกษา เป็นนักกฎหมายที่ยังว่าความเหมือนเดิม หรืออาจเป็นนักกฎหมายที่ว่าความทางด้านธุรกิจได้เช่นกัน ซึ่งแยกกันด้วยการบรรจุวิชาเฉพาะทางเข้าไปในหลักสูตร
นอกจากนั้น ขณะนี้ภาครัฐผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่งผลให้ทุกองค์กรมีความต้องการนักกฎหมายและที่ปรึกษาทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกระตุ้นให้มีการคิดค้นสิ่งใหม่ เรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นคนที่เรียนมาทางด้านกฎหมายธุรกิจจึงต้องได้เรียนกฎหมายตัวนี้อย่างลึกซึ้ง ดังนั้น นักศึกษาของเราเมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วต้องทำงานเป็น ไม่ว่าทำงานด้านไหน คณะได้วางแผนให้นักศึกษาต้องจบนิติศาสตร์บัณฑิต ใน 3 ปีครึ่ง ส่วนภาคเรียนที่สองนักศึกษาต้องออกไปทำงานในทางกฎหมายทางต่างๆ อาทิ สามารถไปทำงานกับสำนักงานทนายความ ศาลว่าความ ฝึกงานทางด้านนิติกร สำนักงาน DSI ศาลรัฐธรรมนูญ หลักสูตรดังกล่าวจะทำให้นักศึกษาจะมีความเชี่ยวชาญพิเศษขึ้นมา ซึ่งจะแตกต่างนักกฎหมายอื่นๆทั่วไป ส่วนคนที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นนักกฎหมายเพื่อว่าความ เราก็ให้เรียนเน้นลึกลงไปเพื่อเพิ่มศักยภาพของนักศึกษาในด้านนั้นๆ
“ผมเน้นย้ำกับนักศึกษาเสมอว่า จำได้ เข้าใจ และใช้เป็น นี่คือทักษะที่เรามุ่งสอน ต้องเข้าใจแต่ละมาตรามีความแตกต่างกัน และนำไปใช้อย่างไร พอได้ข้อเท็จจริงแล้วถึงจะนำไปปรับใช้ได้ แบบนี้จึงยากกว่าแค่จำแบบธรรมดา นักกฎหมายถูกสอนมาอย่างหนึ่งคือ ต้องสามารถชี้ดำ ขาว และชี้ขาดได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความยุติธรรม เพราะฉะนั้นตัวนักกฎหมายเองต้องมีการปรับตัวให้ทันกับโลก ซึ่งหลักสูตรใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการเตรียมไว้ว่านักศึกษาจะต้องเจอกับอะไรบ้างเมื่อออกไปสู่โลกภายนอก" รศ.ดร.สมชาย กล่าวและว่านักกฎหมายในอนาคตต้องมีการปรับตัว หากยังย่ำอยู่ที่เดิมจะไม่สามารถสู้กับนักกฎหมายต่างชาติได้ ณ ปัจจุบันมีนักกฎหมายที่สามารถสื่อสาร โต้ตอบ เป็นภาษาอังกฤษได้มีค่อนข้างน้อย แล้วยังมีเรื่องหลักเกณฑ์ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้น เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาที่จะต้องฝึกฝนนักศึกษาให้สามารถทำงานในระดับนานาชาติได้



