
เกณฑ์โอดอสรุ่น 5 แบ่งสามัญ-สายอาชีพ
เผยร่างเกณฑ์โอดอสรุ่น 5 แบ่งเป็นสายสามัญ-สายอาชีพ ต้องมีภูมิลำเนาในพื้นที่ เกรดไม่น้อยกว่า 2.5 ไม่มีการสอบแข่งขันแต่ดูคะแนนโอเน็ตและวีเน็ต เล็งชงรมว.ศธ.เห็นชอบ
ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะอนุกรรมการโครงการ1อำเภอ1ทุน หรือ โอดอส ที่มี ปลัด ศธ.เป็นประธาน ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาร่างหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการ1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 5 โดยมอบให้ตนเป็นประธานนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะทำงานได้มีการประชุมแล้วได้ข้อสรุปเป็นหลักการเบื้องต้นว่า โครงการโอดอส รุ่นที่ 5 จะมีนักเรียนทุน หรือ ผู้รับทุนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศใน 2 ประเภท คือ การศึกษาพื้นฐาน หรือ สายสามัญ และอาชีวศึกษา หรือ สายอาชีพ
โดยในส่วนของสายสามัญมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ ต้องมีภูมิลำเนาหรือเรียนในอำเภอนั้นอย่างน้อย 3 ปี ครอบครัวมีรายได้น้อยกว่า 2.5 แสนบาทต่อปี มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 3 ขึ้นไป ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครที่โรงเรียนที่เรียนอยู่โดยให้ระบุสาขาที่จะเรียนและประเทศตั้งแต่ยื่นสมัคร ในส่วนการคัดเลือกให้คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการคัดกรองเบื้องต้น และจะไม่มีการสอบแข่งขันแต่ให้พิจารณาจากคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต)ที่เท่ากับหรือสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับชาติ
ในส่วนอาชีวศึกษา หลักเกณฑ์จะสอดคล้องกับสายสามัญ คือ ต้องมีภูมิลำเนาหรือเรียนอาชีวศึกษาในจังหวัดเพราะสายอาชีวศึกษาจะเป็นตัวแทนของจังหวัดไม่ใช่อำเภอ ครอบครัวมีรายได้น้อยกว่า 2.5 แสนบาทต่อปี มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 3 ขึ้นไป ยื่นใบสมัครที่วิทยาลัยที่เรียนอยู่ โดยให้ระบุสาขาพร้อมประเทศที่ต้องการเรียนซึ่งเป็นสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 3 สาขา ไม่ต้องสอบแข่งขันแต่จะพิจารณาจากคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา หรือ วีเน็ต ที่เท่ากับหรือสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับชาติ คัดกรองเบื้องต้นโดยสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 กลุ่มเมื่อผ่านกระบวนการคัดกรองโดยสถานศึกษาแล้ว ศธ.ก็จะแต่งตั้งคณะกรรมการกลางลงไปสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกในขั้นตอนต่อไป
“เมื่อได้รายชื่อเด็กที่จะได้รับทุนจากแต่ละสายมาแล้ว จะมีการจัดอบรมเพื่อเตรียมความด้านภาษาของประเทศนั้น ๆ อย่างน้อย 3 เดือน และเมื่อเด็กเดินทางไปต่างประเทศยังมีสิทธิที่จะเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนที่จะเข้าเรียนได้อีก 1 ปี ซึ่งในส่วนของสายอาชีวะนั้นคณะทำงานเสนอว่า สำหรับรุ่นที่ 5 นี้อาจไปเรียนแค่อบรมความรู้เพิ่มเติม ระยะสั้น 1-2 ปี ไม่ต้องไปเรียนระดับปริญญาตรีก็ได้ พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้เด็กที่เรียนด้วยรูปแบบทวิศึกษาสามารถสลับมาสมัครรับทุนในสายอาชีวศึกษาได้ด้วย”รองปลัด ศธ.กล่าว
ดร.ชัยยศ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศธ.ได้ให้ข้อคิดว่าควรสร้างความตระหนักให้เด็กที่จะได้รับทุนรุ่นใหม่ด้วยว่า จะต้องกลับมารับใช้ประเทศเพราะเงินที่ใช้ไปก็เป็นเงินภาษีของประชาชน และสาขาที่ไปเรียนก็เป็นสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ ซึ่ง ศธ.จะประสานให้สถานทูตหรือสถานกงสุลซึ่งเป็นผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศรายงานความประพฤติเด็กกลับมาเป็นระยะถี่ขึ้น รวมถึงจะจัดให้มีการแนะแนวก่อนจบการศึกษาด้วยว่า เมื่อจบแล้วมีบริษัทหรือสถานประกอบการใดที่สามารถไปสมัครงานได้บ้าง



